ภูเก็ตแถลงชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีพบชาวต่างชาติและคนไทยติดโควิดสายพันธุ์ “โอมิครอน”

จังหวัดภูเก็ตแถลงชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีพบชาวต่างชาติและคนไทยที่เดินทางมาจากต่างประเทศติดโควิดสายพันธุ์ “โอมิครอน” ผลตรวจล่าสุดพบแค่ 4 คน สจจ.ยืนยันยังไม่ระบาดในพื้นที่ พร้อมกักตัวกลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูงกว่า 30 รายได้หมดแล้ว และผลตรวจเป็นลบทั้งหมด ส่วนผลกระทบด้านการท่องเที่ยวยังไม่มีสัญณาณการยกเลิกจองห้องพักแต่อย่างใด

นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นายแทพย์กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต นายแพทย์วีระศักดิ์ หล่อทองคำ ผอ.โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต นายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงการตรวจพบนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมายังจังหวัดภูเก็ตติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน โดยมี นายธเนศ ตันติพิริยะกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต และ สื่อมวลชน เข้าร่วม ณ ห้องประชุมเขาพระแทว สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต

นายแทพย์กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จำนวน 4 ราย และ คนไทย 1 ราย ที่ตรวจพบเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ที่จังหวัดภูเก็ตนั้น เดินทางเข้ามาผ่านทางสนามบินภูเก็ต ในช่วงวันที่ 13-14 ธ.ค.ที่ผ่านมา เมื่อมาถึงสนามบินได้ทำการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR ในวันแรกที่มาถึงทุกคน และพบว่าทั้ง 5 คนติดเชื้อโควิด-19 ได้ส่งตรวจเพื่อแยกสายพันธุ์ของเชื้อโควิด-19 ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ภูเก็ต พบว่าเป็นสายพันธุ์ โอไมครอน จึงได้ส่งไปตรวจซ้ำยังกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งผลตรวจออกมาเมื่อวานนี้ (19 ธ.ค.) ว่า นักท่องเที่ยวและคนไทย ทั้ง 5 ราย ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน 4 ราย ส่วนอีก 1 รายที่เป็นชาวสวีเดนไม่ได้ติดสายพันธุ์โอมิครอนแต่อย่างใด ซึ่งทั้ง 5 คนนี้เข้าสู่ขบวนการรักษาตั้งแต่วันแรกที่ตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด1-9

เพราะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาภูเก็ตผ่านทางสนามบินภูเก็ตนั้น ทุกคนต้องผ่านการตรวจหาเชื้อที่สนามบิน และจะต้องรู้ผลตรวจก่อนถึงจะออกจากโรงแรมไปท่องเที่ยวได้ ทำให้การควบคุมโรคในกรณีทั้ง 5 คนนี้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ซึ่งขณะนี้ได้นำตัวเข้าสู่ขบวนการกักตัวทั้งหมดแล้ว ทั้งคนขับรถ พนักงานโรงแรม กลุ่มครอบครัว และกลุ่มคนที่นั่งใกล้กันบนเครื่องบิน โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัว ซึ่งมีทั้งหมด 11 คน และกลุ่มบุคคลภายนอกอีก 20 คน และผลตรวจหาเชื้อโควิดของกลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูงเป็นลบทั้งหมด

“ยืนยันว่า ยังไม่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ภูเก็ตแต่อย่างใด ที่พบจำนวน 4 รายนั้น พบเฉพาะในกลุ่มของนักท่องเที่ยวและคนที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ซึ่งทุกคนที่มาจากต่างประเทศจะต้องผ่านตรวจหาเชื้อที่สนามบินภูเก็ตทุกคน ขอให้ประชาชนชาวภูเก็ตอย่าได้ตื่นตระหนก และให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเข้มข้นต่อไป” นายแพทย์สาธารณสุขภูเก็ต กล่าวในที่สุด

ด้าน นายแพทย์วีระศักดิ์ หล่อทองคำ ผ.โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต กล่าวว่า ผู้ป่วยโควิดทั้ง 5 ราย ได้เข้ารับการักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลเอกชน 1 ราย และโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต 3 ราย อีก 1 ราย ที่เป็นคนไทยได้ขอไปรักษาตัวต่อที่ปัตตานีก่อนที่จะรู้ว่าติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน และทุกรายอาการไม่รุนแรง จัดอยู่ในผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว แต่จะต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลให้ครบ 10 วัน ตามขั้นตอนการรักษาต่อไป

ขณะที่ นายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การตรวจพบนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนนั้น แสดงให้ถึงประสิทธิภาพการตรวจหาเชื้อของจังหวัดภูเก็ตที่สามารถสกัดไม่ได้เชื้อจากนักท่องเที่ยวเข้ามาแพร่ระบาดในพื้นที่ได้ ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.เป็นต้นมา ชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาจะต้องผ่านการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR ทั้งหมด 100% และจังหวัดภูเก็ตจะดำเนินการตรวจหาเชื้อที่สนามบินต่อไป เพื่อให้คนภูเก็ตและนักท่องเที่ยวเกิดความมั่นใจ

“ยืนยันว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไม่ใช่คนที่นำเชื้อโควิด-19 มาแพร่ระบาดในพื้นที่ภูเก็ต สามารถตรวจคัดกรองได้ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาภูเก็ต และการตรวจพบเชื้อโอมิครอนในนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อการท่องเที่ยวของภูเก็ตในขณะนี้ ยังไม่มีสัญญาณการยกเลิกการจองห้องพักแต่อย่างใด ทั้งในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและกลุ่มคนไทย” นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวภูเก็ต กล่าวและว่า

อยากจะฝากถึงกระทรวงสาธารณสุขหากจะปรับเปลี่ยนมาตรการในการเข้ามาของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้นึกถึงคนภูเก็ตด้วย เพราะที่ผ่านมาภูเก็ตสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพในการป้องกันไม่ให้นักท่องเที่ยวนำเชื้อเข้ามาแพร่ระบาดในพื้นที่ และขอให้เชื่อมั่นการทำงานและระบบของจังหวัดภูเก็ตที่ดำเนินการมาตั้งแต่ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ 1 ก.ค.เป็นต้นมา ว่า สิ่งที่เราทำกันอยู่นั้นมีประสิทธิภาพ และเชื่อว่าสิ่งที่ภูเก็ตทำอยู่ในขณะนี้สามารถควบคุมและสกัดกั้นได้ทุกสายพันธุ์