รวบ 3 สาวชาวเคนยา พร้อมโคเคน 2.8 กิโลกรัม คาสนามบินภูเก็ต

สืบสวน สภ.สาคู ร่วมกับ ปปส. ศุลกากรประจำสนามบินภูเก็ต รวบ 3 สาวชาวเคนยา พร้อมโคเคน 2.8 กิโลกรัม คาสนามบินภูเก็ต โดยซุกซ่อนกลืนไว้ในช่องท้อง

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สาคู ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.สลาน สันติศาสนกุล ผกก.สภ.สาคู พ.ต.ท.รัตนวุฒิ หนูแก้ว รองผกก.สส.สภ.สาคู นำโดย พ.ต.ท.ชำนาญ อินทานนท์ สว.สส.สภ.สาคู และชุดสืบสวน สภ.สาคู ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาชาวเคนยา 3 ราย ประกอบด้วย 1.นางสาวเฟต วานซ่า มูเชมบิ อายุ 26 ปี ชาวเคนยา พร้อมด้วยของ โคเคน น้ำหนักร่วมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 1,620 กรัม 2.นางสาวเนลี่ กาเชลี่ ลูลี่ อายุ 26 ปี พร้อมด้วยของ โคเคน น้ำหนักร่วมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 765 กรัม 3.นางสาวเกรฮ วานกาลี่ กาโรกิ อายุ 34 ปี พร้อมด้วยของกลาง โคเคน น้ำหนักร่วมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 472 กรัม รวมของกลางโคเคนของทั้ง 3 คน น้ำหนักร่วมสิ่งห่อหุ้มทั้งหมดประมาณ 2,857 กรัม หรือ 2.8 กก. โดยสามารถจับกุมได้ที่ บริเวณท่าอากาศยานภูเก็ต ม.6 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต

สำหรับการจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 ก.ย.66 ชุดสืบสวนสภ.สาคู ได้รับการประสานจาก ป.ป.ส. ว่าจะมีชาวต่างชาตินำเข้าโคเคนเป็นจำนวนมาก เมื่อเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.สาคู ได้รับแจ้งแล้ว จึงรีบเดินทางไปยังสนามบินภูเก็ต ได้ร่วมกับชุดชุดปฏิบัติการภารกิจสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด ผ่านท่าอากาศยาน (AirportInterdiction Taskforce :AITF) เมื่อพบชาวต่างชาติกลุ่มดังกล่าวจึงทำการตรวจค้นตัวแต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จึงนำตัวไปเอ็กซเรย์ที่โรงพยาบาลถลาง ผลการเอ็กซเรย์ พบสิ่งแปลกปลอมภายในช่องท้องเป็นจำนวนมาก จากนั้นได้ควบคุมกลุ่มดังกล่าวกลับไปยังศุลกากรท่าอากาศยานภูเก็ต เพื่อให้ดำเนินการให้ชาวต่างชาติขับถ่ายสิ่งแปลกปลอมออกมาภายในท้องซึ่งใช้เวลา 2 วันจนสามรถขับถ่ายสิ่งแปลกปลอมออกมาจนหมด พบว่าเป็น โคเคน ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.สาคู เจ้าหน้า ป.ป.ส. และเจ้าหน้าที่ศุลกากร ประจำสนามบินภูเก็ต จึงได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย

จากการการสอบถามผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ไม่มีการให้ข้อมูลใดๆ กับเจ้าหน้าที่ และไม่ให้ความร่วมมือแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ฯ ได้แจ้งข้อกล่าวผู้ต้องทั้ง 3 ราย “นำยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 โคคาอีน เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และมียาเสพติดให้โทษในประเภท 2 โคคาอีน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน” ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด และเป็นความผิดตามมาตรา 242 มาตรา 252 ประกอบมาตรา 166 และมาตรา 167 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สาคู เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป