สุดารัตน์-สุพันธุ์’ นำทัพไทยสร้างไทยบุก จ.ภูเก็ต ประกาศนโยบาย

สุดารัตน์-สุพันธุ์’ นำทัพไทยสร้างไทยบุก จ.ภูเก็ต ประกาศนโยบาย ‘อันดามันเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อการท่องเที่ยว พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร

สุดารัตน์-สุพันธุ์’ นำทัพไทยสร้างไทยบุก จ.ภูเก็ต ประกาศนโยบาย อันดามันเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อการท่องเที่ยว พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครระบุยกร่างกฎหมายเสร็จแล้ว เตรียมฟังความเห็นคนในพื้นที่ พร้อมเดินหน้ายกร่างกฎหมายโรงแรมเล็ก และพักใช้กฎหมายที่เป็นอุปสรรคในการทำมาหากิน

 

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วย นายสุพันธุ์ มงคลสุธี รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ และ น.ส.มณีรัตน์ วิชัยดิษฐ สุขยิรัญ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ภูเก็ต เขต 2 ร่วมเวทีสัมมนา-แสดงวิสัยทัศน์ “อันดามันเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อการท่องเที่ยว Andaman Special Economic Zone” ที่จัดโดยสมาคมที่พักบูติกภูเก็ต โดยมีตัวแทนผู้ประกอบการจังหวัดภูเก็ต-พังงา ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นในการพัฒนาเศรษฐกิจในจังหวัดชายฝั่งอันดามัน ที่หนุมานเวิลด์ จังหวัดภูเก็ต

โดย คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่หาเงินเข้าประเทศจากการท่องเที่ยวมาอันดับต้นๆ แต่กลับได้งบประมาณมาบริหารในจังหวัดน้อย เพราะเฉลี่ยตามรายหัวประชาชน อีกทั้งการสนับสนุนจากภาครัฐสวนทางกับความต้องการ และการพัฒนาสาธารณูปโภคล่าช้า ไม่ตอบสนองต่อความจำเป็นเร่งด่วน พรรคไทยสร้างไทยจึงยกร่างกฎหมายอันดามันเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อการท่องเที่ยว สำหรับ 5 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง และ ระนอง เพื่อให้ภาคเอกชนและประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการเศรษฐกิจ งบประมาณ กู้เงิน ออกกฎหมาย และทสร้างรายได้ด้วยตัวเอง ภาครัฐเป็นเพียงผู้สนับสนุน และจะเกิดความเชื่อมโยงบูรณาการในการพัฒนาร่วมกัน เชื่อว่าจะสามารถดึงศักยภาพของกลุ่มจังหวัดนี้ขึ้นมาได้อีกมาก และจะสร้างรายได้ได้กว่า 1 ล้านล้านบาทต่อปี หากพรรคไทยสร้างไทยได้เป็นรัฐบาลจะทำให้กฎหมายนี้ใช้ได้ภายใน 6 เดือน

นอกจากนี้ พรรค จะออก พ.ร.ก. เพียง 1 ฉบับเพื่อแขวนการใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับใบอนุญาต หรือ กฎเกณฑ์ที่เป็นอุปสรรคในการทำมาหากินจำนวนกว่า 1,300 ฉบับพักไว้ 3-5 ปี ซึ่งทำได้ทันที ตอนนี้เราต้องเร่งสร้างรายได้ ไม่ใช่กู้ เรามีของดี มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามอยู่แล้ว วิธีการสร้างรายได้ที่เร็วที่สุดจึงต้องส่งเสริมการท่องเที่ยว

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวอีกว่า หมดยุคการเมือง 2 ขั้ว ที่แย่งอำนาจกันมา 16 ปี แล้ว เพราะเจ๊งลงไปเรื่อยๆ เราจะอยู่กับความขัดแย้งหรือจะมาร้องเพลง16 ปีแห่งความหลังด้วยกัน ถึงเวลาหยุดการเมืองสองขั้วและสร้างเศรษฐกิจที่ดีกับพรรคไทยสร้างไทย” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

ขณะที่ นายสุพันธุ์ กล่าวว่า วันนี้ปัญหาของประเทศเราคือปัญหาเศรษฐกิจที่ต้องเร่งแก้ไข แต่คนที่รู้ทางแก้ดีที่สุดคือพวกเรา ตอนนี้หนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีสูงที่สุด 14 ล้านล้านบาท สูงที่สุดเท่าที่เคยเห็น จึงต้องเร่งสร้างรายได้ สร้างโอกาสให้คนได้ทำมาหากิน สมัยก่อนอยู่ สนช. รัฐบาลออกกฎหมาย 300 กว่าฉบับมากำกับควบคุม กฎหมายอาญา เพราะกลัวว่าจะควบคุมประชาชนไม่ได้ แล้วจะทำให้เศรษฐกิจดี ประชาชนเข้มแข็งได้อย่างไร? เราต้องสนับสนุน ไม่ใช่ควบคุม เพราะเราต้องเร่งสร้างรายได้ ปรับโครงสร้างหนี้ โดยเฉพาะช่วงหลังโควิด ประชาชนเป็นหนี้เสียมากขึ้น เพราะเกิดจากคำสั่งของรัฐบาลที่กระทบการทำมาหากิน จนผู้ประกอบการกำลังจะจมน้ำหนี้ท่วมกันหมดแล้ว ภายใน 6 เดือนประชาชนเป็นหนี้เครดิตบูโรช่วงโควิดกว่า 4 แสนล้านบาท ดอกเบี้ยพุ่งไปกว่า 20% ตอนนี้ต้องทำให้ทุกคนเป็นอิสระจากหนี้และดอกเบี้ยก่อน เพื่อให้ไปหาทางเปิดกิจการใหม่ พรรคมีกองทุนฟื้นฟูหนี้เสียเพื่อช่วยเหลือประชาชน

 

นอกจากนี้ยังต้องมีการเสริมการท่องเที่ยวให้ ภูเก็ต-พังงา กลายเป็นแลนด์มาร์ก สร้างรถไฟเชื่อมต่อสองจังหวัดให้นักท่องเที่ยวอยู่นานขึ้น เที่ยวได้มากและง่ายขึ้น ประเทศไทยควรมีเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอีกหลายแห่ง สร้างรายได้จากสิ่งที่เราถนัด สร้างแพล็ตฟอร์มการท่องเที่ยวเป็นของตัวเอง ไทยไกด์ ไทยเท่ ทำไมต้อง Agoda AirBNB ต้องมีกฎหมายเฉพาะสำหรับโรงแรมเล็ก เพราะตอนนี้มีแต่กฎหมายสำหรับโรงแรมใหญ่ นอกจากนี้ต้องมีการเชื่อมต่อข้อมูลให้เอกชนกับรัฐต้องจับมือกัน ตัวเองจะขอเอาประสบการณ์ทางธุรกิจมากกว่า 30 ปีมาแก้ปัญญหาเศรษฐกิจของประเทศ

ขณะที่ น.ส.มณีรัตน์ กล่าวว่า ครั้งนี้เสนอตัวเองเพื่อจะช่วยผลักดัน และเป็นตัวแทนในการที่จะเข้าไปส่วรหนึ่งเพื่อผลักดันให้ภูเก็ตเศรษฐกิจดีขึ้น เริ่มจากนโยบายบำนาญประชาชน 3,000 บาทเพื่อให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงวัยกินดีอยู่ดี และขอโอกาสให้พรรคไทยสร้างไทยดูแล

ขณะที่ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวทางทะเล กล่าวถึงการกำหนดราคาขั้นต่ำและมาตรฐานของการให้บริการเรือและแพคเกจท่องเที่ยว พร้อมทั้งการให้นอมินีของต่างชาติเข้าทำธุรกิจในประเทศ รวมทั้งผู้ประกอบการโรงแรมเล็กที่ไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการเพราะติดเรื่องข้อกฎหมาย ตอนนี้เอกชนหนี้สินท่วมตัวกำลังจะตาย

ขณะที่ อุปนายกสมาคมที่พักบูติก กล่าวว่า ตอนนี้ที่พักว่า 10,700 โรงแรมผ่านการอนุญาตแค่ 800 กว่าโรงแรม แต่อีกเกือบ 10,000 โรงแรมหายไป ซึ่งโรมแรมเหล่านี้เคยทำหน้าที่เป็นหูเป็นตา สร้างความมั่นใจปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวตามตรอกซอกซอย เราคือตาสับปะรดของเมือง ดังนั้นหากโรงแรมเล็กกลับมาได้นอกจากจะฟื้นฟูเศรษฐกิจแล้วยังเพิ่มความปลอดภัยของเมือง

ซึ่งคุณหญิงสุดารัตน์รับปากว่าจะติดต่อกับรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย และนายสุพันธุ์ จะเตรียมเข้าไปยื่นหนังสือกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อให้ทันช่วง High Season

อย่างไรตามในส่วนสมาคมที่พักบูติกภูเก็ต ได้ร่วมพูดคุยกับทางพรรคไทยสร้างชาติ เพื่อนำเสนอปัญหาและข้อเรียกร้องเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจภูเก็ตและพังงา อาทิ การทำ Andaman Sandbox เพื่อบูรณาการงบประมาณและพัฒนาผังเมืองในกลุ่มจังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ ระนอง และกฎหมายเป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากิน เช่น พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ.2547 ที่กลายเป็นปัญหาให้โรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็กไม่สามารถเปิดกิจการได้ ถูกยึดไปกว่า 200 แห่งมีมูลค่าความเสียหาย 68,000 ล้านบาท ภูเก็ตกลายเป็นเมืองร้าง ชุมชนขาดรายได้ พร้อมทั้งต้องตั้งกองทุนเพื่อเติมทุนให้อุตสาหกรรมโรงแรมมีทุนเปิดกิจการต่อได้หลังโควิด สนับสนุนให้สร้างระบบขนส่งที่เชื่อมต่อให้การท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดสะดวกสบายขึ้น เช่น ระบบราง สนามบินพังงา ท่าเรือยอร์ชและเรือสำราญ และเมื่อการเดินทางท่องเที่ยวสะดวกขึ้น ปลอดภัยขึ้น ราคาถูกลง นักท่องเที่ยวก็จะอยู่นานขึ้น

จากนั้น คุณหญิงสุดารัตน์ นายสุพันธุ์ และ น.ส.มณีรัตน์ เดินทางไปที่ศาลเจ้ากะทู้ เพื่อร่วมพิธียกเสาโกเต้ง อันเป็นสัญลักษณ์การเริ่มต้นเทศกาลถือศีลกินผักวันที่ 26 กันยายน – 4 ตุลาคม 2565