หนุ่มหัวร้อนถอยรถเข้าจอด ไม่สบอารมณ์หนุ่มขับเก๋งบีบแตรใส่-ด่าหยาบชักปืนยิงใส่

หนุ่มหัวร้อนถอยรถเข้าจอด ไม่สบอารมณ์หนุ่มขับเก๋งบีบแตรใส่-ด่าหยาบชักปืนยิงใส่ โชคดีไม่ถูกใคร หลังมาหาหมอโรคซึมเศร้า

เมื่อเวลา 09.45 น. วันนี้ (7มี.ค.) พ.ต.ท.อัครเดช พงศ์พรหม สว.(สอบสวน) สภ.เมืองภูเก็ตได้รับแจ้งจากผู้เสียหายว่าถูกชายไม่ทราบชื่อใช้อาวุธปืนยิงใส่ เหตุเกิดบริเวณลานจอดรถชั้น 5 รพ.วชิระภูเก็ต อ.เมือง จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ประเทือง ผลมานะ ผกก.สภ.เมืองภูเก็ตนำกำลังชุดสืบสวน-สายตรวจและ พฐ.รุดไปเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ ลานจอดรถชั้น5 โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ถ.เยาวราช อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต และเมื่อไปถึงได้พบผู้แจ้ง นางพิศ (นามสมมุติ) อายุ 48 ปี จากนั้นได้สอบถามรายละเอียดว่าเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ ขณะลูกชายผู้แจ้งขับรถยนต์ ยี่ห้อ มาสด้า 3 ทะเบียน กล 7137 ภูเก็ต โดยมี นางพิศ ได้นั่งอยู่เบาะหน้าด้านซ้ายข้างคนขับ ขับขี่ตามหลัง รถยนต์กระบะยี่ห้อ รุ่น ดีแม็ก สีเทา ทะเบียน ขก 3809 ภูเก็ต จนกระทั้งมาถึงลานจอดรถชั้น 5 เอ รถยนต์ทะเบียน ขก 3809 ภูเก็ต จะเข้าถอยที่จอดรถทางช่องซ้ายมือแต่เนื่องจาก รถยนต์คันของตนได้ขับมาตามหลังอย่างกระชั้นชิด เกรงว่ากระเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้จึงได้บีบแตรเตือนไปหนึ่งครั้ง แต่รถยนต์คันก่อเหตุยังถอยมาอีก บุตรชายของตนจึงบีบแตรเตือนอีกครั้ง จากนั้นชายผู้ที่ขับรถยนต์กระบะ ทะเบียน ขก 3809 ภูเก็ต ได้จอดแล้วลงมาจากรถคันดังกล่าวแล้วมีปากเสียงกัน จนกระทั้งได้เข้าจอดที่จอดรถยนต์ได้ และบุตรชายของตนได้ขับขี่รถยนต์ผ่านไปประมาณ 15 เมตรและได้ยินเสียงปืนดังขึ้นมา 1 นัด จึงคาดว่าน่าจะเป็น ผู้ที่ขับขี่รถยนต์กระบะทะเบียน ขก 3809 ภูเก็ต ยิงตามหลังมาจึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณลานจอดรถยนต์ที่เกิดเหตุ กล้องวงจรปิดที่เกิดเหตุสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้อย่างชัดเจน โดยมีพฤติการณ์ตามที่นางพิศได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง พบว่า คนขับรถยนต์กระบะทะเบียน ขก 2809 ภูเก็ต ได้ใช้อาวุธปืน ยิงใสไปยังตำแหน่ง ที่รถยนต์ของนางพิศอยู่จริง และกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกตำนิรูปพรรณและการแต่งกายของผู้ก่อเหตุไว้ได้อย่างชัดเจน จากนั้นทางเจ้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ของโรงพยาบาลวิชระ ว่าพบชายบุคคลต้องสงสัยว่าน่าจะเป็นผู้ที่ก่อเหตุ กำลังยืนรอรับยาอยู่บริเวณหน้าของ ชั้น 3 ของตึกอันดามัน จึงได้เข้าไปทำการตรวจสอบ พบชายดังกล่าวซึ่งมีตำนิรูปพรรณและการแต่งกาย ตรงกับผู้ก่อเหตุตามภาพกล้องวงจรปิดที่บันทึกไว้ จึงทำการตรวจค้นตัว พบ อาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนพกอยู่ที่เอว และทราบชื่อนายธนกร ทองเอก อายุ 31 ปี จึงควบคุมตัวมาค้นที่รถยนต์เพิ่มเติมและควบคุมตัวมาสอบปากคำที่สภ.เมืองภูเก็ต

นายธนกร ให้การรับว่า ได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงไปยังรถยนต์คันดังกล่าวจริง สาเหตุเนื่องจากฝ่ายผู้เสียหายได้ไปด่าบุพการี จึงได้เกิดความโมโหจึงได้ชักอาวุธปืนที่เหน็บอยู่ที่เอวทางหน้าด้านขวา แล้วใช้อาวุธปืนยิงไปที่หลังรถยนต์ของผู้เสียหาย ขณะที่กำลังขับขี่รถยนต์คันดังกล่าว จำนวน 1 นัด หลังจากนั้นได้เดินไปที่อาคารอุบัติเหตุ-ฉุกเฉินชั้นที่ 3 ห้องรับยาผู้ป่วยจิตเวช

จากการสอบถาม อาสาวของนายธนกรที่มาด้วยกันเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายธนกรได้ขับรถมาหาหมอที่รพ.ดังกล่าว เนื่องจากนายธนกรป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามาระยะหนึ่งแล้ว หลังจากผู้เป็นพ่อใช้ปืนกระบอกเดียวกันกับที่นายธนกรใช้ยิงขณะเกิดเหตุที่ลานจอดรถจ่อยิงตัวเองเสียชีวิต ทำให้นายธนกรโศกเศร้าเสียใจกับการจากไปของผู้เป็นพ่อเป็นอย่างมากและเริ่มป่วยเป็นโรคซึมเศร้าตั้งแต่นั้นมา โดยก่อนเกิดเหตุนายธนกรนำปืนกระบอกดังกล่าวติดไว้ในรถ ซึ่งหลังจากหาหมอเสร็จแล้วจะไปซ้อมยิงปืนที่สนามยิงปืน แต่มาเกิดเหตุเสียก่อน

“ปกติแล้วนายธนกรไม่ใช่เป็นคนใจร้อนหรือหัวร้อน แต่ขณะเกิดเหตุถูกรถเก๋งคู่กรณีบีบแตรใส่ ขณะที่นายธนกรกำลังจะถอยรถเข้าจอดที่ลานจอดรถ โดยคนขับรถเก๋งยังด่านายธนกรแบบหยาบคาย ถอยรถช้า อะไรประมาณนั้น ทำให้นายธนกรโมโห เมื่อถอยรถเข้าจอดได้ จึงนำปืนออกมายิงไล่หลังรถเก๋งไป 1 นัด” อาสาวกล่าว

ด้านลูกชายผู้เสียหาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนพร้อมคุณแม่ ได้เดินทางมาโรงพยาบาลฯ ด้วยมีนัดกับคุณหมอ เมื่อขับรถมายังอาคารจอดระบริเวณชั้น 5 เอ โดยขับตามหลังรถกระบะของผู้ก่อเหตุ เมื่อถึงจุดเกิดเหตุปรากฏว่าว่า มีช่องจอดรถว่างอยู่ รถกระบะคันก่อเหตุได้ขับเลยไปแล้ว และถอยกลับมา ตนจึงบีบแตรไป 1 ครั้ง แต่ เขาก็ยังถอยมาอีก ด้วยเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุ เพราะยังมีรถคันหลังตามมา จึงได้บีบแตรยาวไปอีก 1 ครั้ง ก่อนที่คนขับรถกระบะนำรถเข้าจอดได้ และได้มีปากเสียงกันเล็กน้อย ทางผู้ขับรถกระบะบอว่าได้ยินแล้วและรถเขามีกระจกมองเห็น แต่หลังจากตนขับรถผ่านไปได้เล็กน้อย ปรากฏว่าได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จึงหันไปดูเห็นชายคนขับรถกระบะถืออาวุธปืนอยู่ ด้วยความตกใจก็รีบขับรถขึ้นไปหาที่จอด ขณะเดียวกันทางคุณแม่ก็โทร.แจ้งตำรวจ และรีบลงจากรถเข้าไปหาเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล เพื่อความปลอดภัยก่อนตำรวจจะมาถึง และแม่ได้เดินทางไปแจ้งความ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรว จึงแจ้งข้อกล่าวหา นายธนกร คือ “พยายามฆ่าผู้อื่น, พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตาม สมควรแก่พฤติการณ์ และยิงปืนในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.เมืองภูเก็ต เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป