เจ้าหน้าที่เข้าตรวจยึดทรัพย์สินพื้นที่สาธารณประโยชน์ หาดเลพัง-ลายัน

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจยึดทรัพย์สินพื้นที่สาธารณประโยชน์หาดเลพัง-ลายัน

นายบัญชา ธนูอินทร์ นายอำเภอถลาง เปิดเผยว่า ภายใต้การอำนวยการของ นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายอานุภาพ ยอดขวัญ ยอดระบำรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พล.ร.ต.ณัฐพงค์ ญาโณทัยขจิตต์ รอง ผอ.รมน จังหวัดภูเก็ตนายวิสิทธิ์ โชคชัย เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต ได้สั่งการให้นาย นายวิสุทธ์ โรมินทร์ นายธเนต นาวาล่อง ปลัดอำเภอถลาง นายมาโนช พันธ์ฉลาด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและอาสาสมัครรักษาดินแดนกองร้อยอำเภอถลาง กอ.รมน.ภาค 4 กอ.รมน.จังหวัดภูเก็ตข้าราชการเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล และหน่วยปฏิบัติการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งที่ 591 กว่า100นาย ลงพื้นที่ที่หาดเลพัง-หาดลายันที่มีการบุกรุกจำนวน 4 จุด ซึ่งการลงพื้นที่ในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการบังคับใช้ตามกฎหมายอาญาพระราชบัญญัติป่าไม้และองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเลอย่างครบถ้วนและทางเจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนมาประจำบริเวณพื้นที่เกิดเหตุป้องกันการเข้ามาบุรุกในพื้นที่อีก

นายบัญชา กล่าวต่อไปว่า ตามที่จังหวัดภูเก็ตได้สั่งการให้บูรณาการดำเนินการบังคับคดีกรณีที่มีการบุกรุกที่ดินสาธารณประโยชน์บริเวณหาดเลพัง เนื้อที่ 178 ไร่ ในพื้นที่หมู่ที่ 4 และหมู่ที่ 6 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ตามคำพิพากษาศาลฎีกา ซึ่งขับไล่ผู้ครอบครองและบริวารในพื้นที่หาดเลพัง เนื้อที่ 178 ไร่ และเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันดำเนินการรื้อถอนตามหมายบังคับคดีเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2565 แล้วนั้น พบว่ายังคงมีการกระทำความผิดบุกรุกที่ดินแปลงดังกล่าวอยู่ ทางอำเภอถลางจึงบูรณาการความร่วมมือฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ และกรมป่าไม้ แบ่งชุดปฏิบัติการลงพื้นที่เข้าตรวจยึดทรัพย์สินที่ได้ใช้ในการกระทำความผิดทั้งนี้ในบริเวณดังกล่าว

นายมาโนช พันธ์ฉลาด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเลกล่าวว่า คณะข้าราชการเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล ให้นำป้ายประกาศขนาดใหญ่รวม 7แผ่นเรื่อง ห้ามบุกรุก ยึดถือ ครอบครอง ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินโฉนดที่ดินเลขที่21047 พื้นที่ หาดเลพัง-หาดลายันหมู่ที่ 4 และหมู่ที่ 6ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลางจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นที่ดินของรัฐ ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4537-4543/2560 และถูกเพิกถอนตามคำสั่งอธิบดีกรมที่ดิน ที่2608 /2565ลงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2565จึงขอให้ผู้ที่บุกรุกยึดถือ ครอบครองและบริวาร ออกจากพื้นที่พร้อมทั้งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหลาย”หากผู้ใดฝ่าฝืน จะดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป”

นายมาโนช พันธ์ฉลาด กล่าวต่อไปว่า ทางเจ้าหน้าที่ร่วมประชุมปรึกษาหารือกันและลงมือปฏิบัติการทันทีอย่างไรก็ดีเหมือนกับว่ากลุ่มผู้บุกรุกจะทราบข้อมูลข่าวสารความเคลื่อนไหวของทางเจ้าหน้าที่ในภาคเช้ายังคงเข้ามาบุกรุกครอบครองและประกอบธุรกิจในรายต่างๆที่มีอยู่ในเวลาต่อมา ผู้บุกรุกบางส่วนได้ขนย้ายสิ่งของออกไปและเจ้าหน้าที่ไม่พบผู้บุกรุกอยู่ในพื้นที่แม้แต่รายเดียว แต่เจ้าหน้าที่ใช้เชือกกั้นแสดงอาณาเขตบุกรุกของพื้นที่ พื้นที่ทั้ง 10 รายไว้อย่างชัดเจนแล้ว เมื่อสามารถคลี่คลายปัญหา ทั้งหมดแล้ว จะร่วมกับ หน่วยงานต่างๆ รณรงค์ปลูกต้นไม้ ฟื้นฟู ธรรมชาติ ในพื้นที่ ที่มีการบุกรุกทั้งหมด และ จาก ประกาศแบบ ค.6 นั้น ครบกำหนด ในวันที่ 8 ธันวาคม เจ้าหน้าที่ จะต้อง รื้อถอน อาคารทุกหลังให้เสร็จ สมบูรณ์ต่อไป

ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันปิดประกาศ แบบค.6 เอาไว้ด้วยทั้ง 10ราย คือเป็นคำสั่งให้รื้อถอนอาคารตามมาตรา 42 อย่างไรก็ตามการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องที่ร่วมปฏิบัติงานพบว่าผู้บุกรุกเคลื่อนย้ายทรัพย์สินมาจากพื้นที่อื่นและเริ่มมาปรับปรุงก่อสร้างอาคารและเริ่มให้บริการนักท่องเที่ยว ดังนั้นจึงเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่ยังใหม่ เกือบทั้งหมด ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการลงบันทึกและตรวจยึดสิ่งของทั้งหมดก่อนจะนำไปเก็บไว้ที่อบต.ชิงทะเล