“เต้ มงคลกิตติ์” สุ่มตรวจความปลอดภัยสถานบันเทิงป่าตอง

“เต้ มงคลกิตติ์” สุ่มตรวจความปลอดภัยสถานบันเทิงป่าตอง พร้อมเสนอควรเปิดบริการได้ถึง 06.00 น.

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ซอยบางลาหาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ในโอกาสเดินทางมารับฟังปัญหาความเดือดร้อนของกลุ่มอาชีพต่างๆ สุ่มตรวจความพร้อมของสถานบันเทิงขนาดใหญ่ โดยเฉพาะระบบความปลอดภัยกรณีหากเกิดเพลิงไหม้ ป้องกันซ้ำรอย MOUNTAIN B จ.ชลบุรี โดยมีตัวแทนเจ้าของสถานบันเทิงนำตรวจสอบ เช่น ห้องโถงที่มีการจัดแสดง, ห้องครัว, ห้องควบคุมระบบไฟฟ้า เป็นต้น ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า การลงตรวจสอบความพร้อมของสถานบันเทิงภายในซอยบางลา เพื่อต้องการให้เกิดโศกนาฎกรรมซ้ำรอย MOUNTAIN B จ.ชลบุรี เนื่องจากภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญ หรือเปรียบเหมือนเมืองเศรษฐกิจพิเศษ และมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยในปี 2562 ก่อนเกิดโควิด-19 มีนักท่องเที่ยวเข้ามาปีละ 15 ล้านคน หรือเดือนละ 1.2 ล้านคน หลังจากซบเซาไปกว่า 2 ปี ขณะนี้นักท่องเที่ยวเริ่มกลับเข้ามาอีกครั้งเฉลี่ยวันละประมาณ 40,000 คน และเชื่อว่าจะมีเที่ยวบินตรงจากต่างประเทศมายัง จ.ภูเก็ตค่อนข้างมาก เช่น สหราชอาณาจักร สิงคโปร์ มาเลเซีย เป็นต้น โดยเฉพาะตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนที่จะถึงนี้ จะมีการยกเลิก พ.ร.กฉุกเฉิน และโควิดทั้งหมดรวมถึงยกเลิก ศบค.ด้วย ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ผู้ประกอบการที่ประสบกับภาวะวิกฤตในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จะกลับคืนมาสู่สภาพเดิม

“สิ่งสำคัญของสถานบันเทิง คือ ต้องเป็นโถงสูง กว้าง และมีที่ระบายอากาศ วัสดุที่ใช้จะต้องไม่ติดไฟ ต้องมีทางออกหลายทาง เข้าออกได้ง่าย นอกจากนี้จะต้องมีระบบไฟฟ้าแยกแต่ละชั้น โดยจะต้องมีการตรวจสอบระบบทุก 3 เดือน ตลอดจนการตรวจสอบสายไฟที่ต้องได้มาตรฐานและสามารถใช้งานได้ดี เมื่อเกิดไฟฟ้าลัดวงจรระบบเซฟทีคัทต้องตัดทันที ซึ่งส่วนนี้จะต้องมีการทดสอบด้วย ซึ่งหากเป็นพื้นที่โล่งว่างจะดีมาก เพราะละอองของแอลกอฮอล์จะติดไฟได้ แต่จะระเหยได้เร็วหากมีตัวดูดอากาศ โดยเฉพาะหากมีระบบแอร์คอนนิชั่นดีจะช่วยให้ปลอดภัยมากขึ้น สิ่งสำคัญ คือ ห้องครัว ต้องมีการแยกที่ทำอาหารกับแก๊สออกจากกัน และอยู่ในที่โล่ง เมื่อรั่วขึ้นมาจะได้ไม่อยู่ภายใน ให้ตรวจสอบสายท่อและควรเปลี่ยนทุก 2 เดือน”

นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ภูเก็ตจะเกิดเพลิงไหม้ในสถานบันเทิงไม่ได้ เพราะจะกระทบการท่องเที่ยวทั้งประเทศ เพราะภูเก็ตคือหน้าตาของการท่องเที่ยว ซึ่งผู้ว่าฯและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมีการตรวจสถานบันเทิงทุกแห่งให้ได้มาตรฐานตามที่กำหนด หากตรวจพบไม่ได้มาตรฐานก็จะต้องให้มีการสั่งปิดเพื่อทำการแก้ไข นอกจากนี้ในส่วนของการเปิดปิดสถานบันเทิงนั้น อยากเสนอให้เปิดได้ถึง 06.00 น. เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่จะเป็นชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยว และไม่กระทบกับภาคส่วนอื่น เพื่อชดเชยในช่วง 2 ปีกว่าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 นอกจากนี้อยากให้สถาบันการเงินโดยรัฐบาลให้เข้ามาช่วยเหลือผู้ประกอบการทำแผนฟื้นฟูกิจการ โดยตัดดอกเบี้ยทิ้งและให้รัฐบาลดูแล รวมถึงเบี้ยปรับด้วย