เรียกคู่กรณีรถตู้ทั้ง 2 ฝ่ายมาสอบปากคำ ต่างฝ่ายต่างแจ้งความดำเนินคดีกัน

พนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต เรียกคู่กรณีรถตู้ทั้ง 2 ฝ่ายมาสอบปากคำ ต่างฝ่ายต่างแจ้งความดำเนินคดีกัน ด้านขนส่งเตรียมเรียกประชุมทั้งจังหวัด ขณะที่ตำรวจท่องเที่ยวแร่งติดตามหา 4 นทท.เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

จากกรณีเมื่อคืนวันที่ 2 ก.ย.65 ได้มีการแชร์คลิปวิดีโอ 2 คลิป คลิปแรกความยาวประมาณ 1.46 นาที โดยในคลิปคนขับรถตู้มีการพูดคุยกับชายใส่เสื้อดำ ระบุว่า “ชายเสื้อดำมากรรโชกนักท่องเที่ยวลงจากรถตู้ จากนั้นคนขับรถตู้ได้ไปเปิดประตูให้นักท่องเที่ยวทั้ง 4 คนลงจากรถและอธิบายให้นักท่องเที่ยวเข้าใจ และทำให้นักท่องเที่ยวยอมลงจากรถ จากนั้นชายเสื้อดำมีการพูดว่า ทางผู้จัดการให้มาดูว่า คนขับรถตู้คันไหนกล่าวหามีแท็กซี่มาเฟีย” โดยมีการแชร์คลิปดังกล่าวไปเป็นจำนวนมากซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของภูเก็ตได้

สำหรับความคืบหน้าล่าสุด เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำโดย พ.ต.อ.พิเชษฐ์พงศ์ แจ้งคมคาย ผกก.2 บก.ทท.3 พร้อมด้วย พ.ต.ท.สาธิต หนูฤทธิ์ รองผกก.จราจรสภ.เมืองภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัดภูเก็ตลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มภายในท่าเรือรัษฎา ต.รัษฎา อ.เมือง โดยมี ตัวแทนของท่าเรือ และตัวแทนของบริษัทแห่งหนึ่ง ร่วมให้ข้อมูล พร้อมสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และเวลาเดียวกัน ที่สภ.เมืองภูเก็ต นายฉัตร (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี คนขับรถตู้บริการที่เข้าไปรับนักท่องเที่ยวสาวชาวต่างชาติ 4 คนภายในท่าเรือรัษฎา ต.รัษฎา อ.เมือง หลังจากนักท่องเที่ยวได้ใช้เรียกใช้บริการผ่านแอปพิเคชั่น แต่สุดท้ายมีปากเสียงกับคนดูแลคิวรถตู้บริการหน้าท่าเรือรัษฎาได้เข้าให้ปากคำกับ ร.ต.อ.วิชิต นกแก้ว รองสว.(สอบสวน) สภ.เมืองภูเก็ต โดยมี นายอัดชา บัวจันทร์ ขนส่งจังหวัดภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ขนส่งรับฟังการสอบสวนปากคำเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ส่วนชายเสื้อดำซึ่งเป็นคนดูแลคิวอยู่ระหว่างการเข้าให้ปากคำเช่นกัน

นายอัดชา บัวจันทร์ ขนส่งจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ตนได้รับการประสานจากพนักงานสอบสวนสภ.เมืองภูเก็ต หลังปรากฎคลิปดังกล่าวผ่านโซเชียลและมีการกล่าวหาว่าผู้ให้บริการรถป้ายเขียวภายในท่าเรือรัษฎาเป็นมาเฟียในการรับส่งผู้โดยสารหรือนักท่องเที่ยว ซึ่งในวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นัดคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาให้ปากคำและตรวจสอบข้อมูล โดยอาจจะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้เสียหาย ในส่วนของขนส่งจังหวัดได้เข้ามาดูว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดในข้อกฎหมายว่าด้วยรถยนต์หรือว่าด้วยขนส่งทางบกหรือไม่ อย่างไร และหากเป็นความผิดจะมีการเรียกตัวไปดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

“ทั้งนี้สำหรับตัวผู้ขับรถ ถ้าเข้าข่ายความผิดในการให้ข้อมูลที่ทำให้อีกฝ่ายได้รับความเสียหาย รวมไปถึงภาพลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ตและประเทศนั้น คงต้องไปพิจารณาความผิดในการพักใช้ใบอนุญาตหรือไม่ อย่างไร ส่วนรถตู้ที่นำมารับนักท่องเที่ยวนั้น ถูกต้องตามกฎหมาย มีการขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย” นายอัดชากล่าวและว่า

ขณะนี้กรมขนส่งทางบก ได้รับรองแอพพลิเคชั่นในการให้บริการรถรับจ้างแล้วในส่วนของภูเก็ตเบื้องต้น 3 บริษัท ประกอบด้วย เฮลโลภูเก็ต, BonKU และ Asia CABB ส่วนของบริษัทอื่นๆ อยู่ระหว่างดำเนินการ และกรณีบริษัทที่ยังไม่มีการรับรอง และมีการนำมาให้บริการจะประสานไปยังกระทรวงไอซีทีเพื่อดำเนินการปิดแอปพิเคชั่นต่อไป
นายอัดชา กล่าวต่อไปอีกว่า สำนักงานขนส่งภูเก็ตจะมีการประชาสัมพันธ์ผ่านโซเชียลให้นักท่องเที่ยวได้รับทราบถึงการใช้บริการรถโดยสารต่างๆ นอกจากนั้นจะมีการเรียกประชุมชี้แจงกับผู้ที่ขับรถรับจ้างสาธารณะ เพื่อที่จะซักซ้อมในเรื่องของการนำรถมาใช้ผ่านแอปพิเคชั่น เพื่อให้ทุกคนมีความเข้าใจกัน และรถที่ไม่ได้จดทะเบียน เปลี่ยนประเภทเป็นรถที่ได้รับรองผ่านแอปพิเคชั่นแล้วก็จะได้ประกอบอาชีพร่วมกัน และจะได้ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งกัน และทุกคนก็จะอยู่ตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบกกำหนดอยู่ ปัจจุบันมีรถจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ประกอบด้วย รถป้ายเขียวจำนวนกว่า 3,000 คัน ส่วนรถแท็กซี่ประมาณ 300 คัน ส่วนรถโดยสารประจำทางและไม่ประจำทาง รวมรถทุกประเภทประมาณ 10,000 คัน ซึ่งเพียงพอต่อการให้บริการกับนักท่องเที่ยว

ด้าน พ.ต.อ.พิเชษฐ์พงศ์ แจ้งคมคาย ผกก.2 บก.ทท.3 กล่าวภายหลังลงพื้นที่ท่าเทียบเรือรัษฎา และมีการหารือร่วมกับทางขนส่งจังหวัดภูเก็ตและตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต ว่า จากการลงพื้นที่ตรวจบริเวณท่าเทียบเรือรัษฎา ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ ซึ่งบรรยากาศในช่วงเช้ามีนักท่องเที่ยวใช้บริการท่าเรือในการเดินทางจากเกาะภูเก็ตไปยังเกาะพีพี จ.กระบี่ และจากเกาะพีพีมายังเกาะภูเก็ต ด้านการให้บริการรถรับส่งผู้โดยสายจากท่าเทียบเรือไปยังจุดต่างๆ นั้น ทางบริษัทที่รับสัมปทานท่าเรือ ได้อนุญาตให้บริษัท รัษฎาวีไอพี จำกัด เป็นผู้ให้บริการรับจ้างโดยมีกระบวนการดำเนินการเป็นขั้นตอน ส่วนของรถรับจ้างสาธารณะจากภายนอกที่จะเข้ามารับนักท่องเที่ยวซึ่งมีการติดต่อกันไว้แล้วสามารถมารับได้ตามปกติ ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ส่วนตัวที่เห็นในเบื้องต้นยังไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด

“ส่วนทางคดีนั้น ทราบว่าทางบริษัทรัษฎาฯ ได้มอบอำนาจให้ตัวแทนมาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต กรณีที่มีการเผยแพร่คลิปกล่าวหาว่า เป็นแท็กซี่มาเฟีย ซึ่งทำให้เสียชื่อเสีย ขณะเดียวกันทราบว่าในฝ่ายของรถตู้ที่ไปรับนักท่องเที่ยวเองได้เข้าพบพนักงานสอบสวน และมีการแจ้งความร้องทุกข์เช่นกัน ซึ่งในส่วนนี้ก็คงต้องว่าไปตามกระบวนการของกฎหมาย และสรุปเรื่องอีกทีว่าเป็นอย่างไร เบื้องต้นจากการตรวจสอบของขนส่งภูเก็ต พบว่า ในส่วนของคิวรถ และรถตู้ที่นำมาให้บริการนั้นถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนของนักท่องเที่ยวทั้ง 4 คน นั้น ขณะนี้ตำรวจท่องเที่ยวอยู่ระหว่างการติดตามตัว เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เบื้องต้นทราบว่า พักอยู่ในพื้นที่ป่าตองอ.กะทู้”
พ.ต.อ.พิเชษฐ์พงศ์ กล่าวถึงการทำความเข้าใจกับผู้ให้บริการรถรับจ้างในภาพรวม ว่า ได้มีการหารือกับทางขนส่งจังหวัดภูเก็ต จะมีการเรียกประชุมคิวรถรับจ้างที่มีอยู่ประมาณ 40 คิวทั่วจังหวัดภูเก็ต มาพูดคุยทำความใจ ร่วมกับทางตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจภูธรภูเก็ตด้วย แต่ที่ผ่านมาเราก็ดำเนินการมาโดยตลอด ซึ่งทางขนส่งมีการวางระบบไว้แล้ว แต่จะต้องมาสื่อสารทำความเข้าใจให้ตรงกัน เพื่อไม่ให้เกิดภาพลักษณ์หรือผลกระทบที่สร้างเสียหายขึ้นอีก นอกจากนี้อยากฝากไปถึงผู้ประกอบการที่ให้บริการรถรับส่งผู้โดยสาร ซึ่งเข้าใจว่าทุกคนได้รับผลกระทบมาเป็นเวลา 2 ปี และขณะนี้การท่องเที่ยวต้องกลับมาแล้วก็อยากฝากเรื่องของการสื่อสารหรือคำพูด ตลอดจนการเป็นเจ้าบ้านที่ดี เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาตามมาภายหลัง รวมถึงการใช้สื่อโซเซียลด้วย