เตรียมพร้อมเปิดรับต่างชาติ 1 ตุลาคมนี้ ไม่ต้องกักตัว ถ้าได้รับวัคซีนครบ

รมต.ท่องเที่ยวฯ หารือร่วมภาครัฐและเอกชน 3 จังหวัดฝั่งอันดามัน เพื่อเตรียมความพร้อมเปิดรับต่างชาติ 1 ต.ค.นี้ ไม่ต้องกักตัว หากได้รับวัคซีนครบ พร้อมรับปากประสานสาธารณสุขขอวัคซีนให้ภูเก็ต 9 แสนโดด ดันเป็นพื้นที่นำร่อง Sand Box

ที่ โรงแรมอังสนา ลากูน่า ภูเก็ต นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการเปิดประเทศเพื่อและรับฟังความคิดเห็น อุปสรรค และปัญหาจากภาคเอกชน ในพื้นที่ 3 จังหวัดอันดามัน ภูเก็ต กระบี่ และพังงา โดยมีนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แพทย์หญิงวลัยรัตน์ ไชยฟู รักษาการนายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กระบี่ พังงา ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ภาคเอกชน ภาครัฐ เข้าร่วม ทั้งนี้เพื่อนำเสนอไทน์ไลม์การเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ร่วมไปถึงเพื่อรับฟังปัญหาและอุปสรรคจากผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวทั้ง 3 จังหวัด

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า วันนี้ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้หารือร่วมกับ ผู้ว่าราชการจังหวัด ภาคเอกชน ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว 3 จังหวัดอันดามัน ถึงระยะเวลาในการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เข้าพื้นที่ 3 จังหวัด ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจากทั่วโลก และเป็นพื้นที่ที่ทำรายได้จากการท่องเที่ยวปีละกว่า 6 แสนล้านบาท หรือประมาณ 20% ของรายได้ที่เกิดขึ้น ทางนายกรัฐมนตรีจึงได้กำชับให้ตนลงมาในพื้นที่ทำความเข้าใจหลังจากรัฐบาล กระทรวงสาธารณะสุข และ ศบค.ได้ผ่อนคลายมาตรการสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศและกำหนดไทม์ไลน์เปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้เดินทางมาท่องเที่ยวยังประเทศไทย สำหรับนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนครบ 2 โดดแล้ว ไม่ต้องกักตัว ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้

โดยที่ผ่านมา ได้มีโครงการนำร่องไปแล้ว และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เช่น Golf Quarantine กลุ่มนักกอล์ฟที่เข้ามาแข่งขันกอล์ฟ ที่ จ.นครนายก และ การกักตัวในรูปแบบ Villa Quarantine ที่ ศรีพันวา จ.ภูเก็ต ทางนายกรัฐมนตรีได้หารือกับทางกระทรวงสาธารณสุข จึงได้ออกมาเป็นมติของคณะกรรมการโรคติดต่อที่จะมีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาประเทศไทย ก่อนที่จะมีการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบ 2 โดดแล้วไม่ต้องกักตัวในเดือน ต.ค.นี้

ในรูปแบบ Area Quarantine ลดวันกักตัวนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนโควิดแล้ว จำนวน 2 โดด จาก 14 วัน เหลือ 7 วัน และ ไม่ฉีดวัคซีน ต้องกักตัว 10 วัน โดยไม่ต้องกักตัวภายในห้องพัก แต่ให้อยู่ภายในพื้นที่ที่กำหนดภายในโรงแรม ซึ่งจะมีการนำเข้าสู่การพิจารณาของ ศบค.ในวันที่ 19 มี.ค.นี้ และหากผ่านการเห็นชอบจะดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. นี้ เป็นต้นไป ซึ่งรูปแบบนี้ใช้กันในหลายประเทศ เช่น มัลดิฟ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดในรูปแบบของ Sand Box ที่จะให้นักท่องเที่ยวเข้ามาโดยไม่ต้องกักตัวเช่นกัน โดยการกำหนดพื้นที่สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ บริเวณใดบริเวณหนึ่ง แต่การที่ทำในรูปแบบ Sand Box ได้นั้น จะต้องสัมพันธ์กับคนในพื้นที่ว่าได้รับวัคซีนตามที่กำหนดหรือไม่ ซึ่งได้กำหนดไว้ที่ร้อยละ 70 ของประชากรในพื้นที่นั้นๆ เช่น หากจะดำเนินการในภูเก็ต คนภูเก็ตจะต้องได้รับวัคซีนครบ 70%

โดยทางกระทรวงท่องเที่ยวได้หารือกับกระทรวงสาธารณสุขในการจัดสรรวัคซีนให้กับ 3 จังหวัดอันดามันให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งคาดว่าทั้ง 3 จังหวัดน่าจะใช้ไม่เกิน 3 ล้านโดด ส่วนจะได้วัคซีนตอนไหนอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับไทม์ไลน์ที่ประเทศไทยจะได้รับวัคซีน ซึ่งถ้าดูจากไทม์ไลน์แล้วจะได้มาในเดือนมีนาคมและเมษายน จากจีน 1.8 ล้านโดด และแอสตราเซเนกา อีก 26 ล้านโดดในเดือนมิถุนายน ถึงจะนำมาหารือถึงเรื่อง Sand Box แต่มั่นใจว่าจะสามารถทำได้ก่อนวันที่ 1 ตุลาคมนี้อย่างแน่นอน

“ส่วนจะนำร่องทำ Sand Box ที่จังหวัดภูเก็ต ในเดือน ก.ค.นี้ ได้หรือไม่นั้น จะต้องดูที่จำนวนวัคซีนที่ภูเก็ตจะได้รับ ว่าครอบคลุมจำนวนประชากรร้อยละ 70 หรือ ประมาณ 9 แสนโดดหรือไม่ หากสามารถขอวัคซีนมาให้ภูเก็ตได้ 9 แสนโดด ก็จะให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาภูเก็ตได้เลยโดยไม่ต้องกัก แต่ต้องฉีดวัคซีนครบ 2 โดดและต้องมีภูมิคุ้มกันโควิดเท่านั้น ภูเก็ตก็เป็นพื้นที่ร่องนำในการทำ Sand Box” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวฯ