“โรงแรมเครือกะตะกรุ๊ป” กระทบหนักจากพิษโควิด-19 ปลดพนักงานไปแล้วกว่าพันคน อัตราเข้าพักต่ำมาก

“โรงแรมเครือกะตะกรุ๊ป” กระทบหนักโควิด-19 ระบาด ยังปิดอีก 3 แห่ง จากโรงแรมทั้งหมด 8 แห่ง เปิดแล้วอัตราเข้าพักต่ำมาก เผยปลดพนักงานไปแล้วกว่าพันคน จ่ายเงินชดเชยกว่า 150 ล้าน หวังเปิดเมืองรับต่างชาติ ก.ค.นี้ ทำธุรกิจโรงแรมกลับมาอีกครั้ง

นางธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย ผู้บริหารโรงแรมในเครือกะตะกรุ๊ป เปิดเผยถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า โรงแรมในเครือกะตะกรุ๊ป ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 8 แห่ง ทั้งที่ภูเก็ต เขาหลัก จ.พังงา เกาะสมุย และกระบี่ ได้รับผลกระทบอย่างหนักตั้งแต่ต้นปี 2563 ที่ผ่านมา จากที่ลูกค้ากลุ่มหลักที่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหายไปทั้งหมด จนถึงขณะนี้โรงแรมยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้ทั้งหมด ยังคงปิดให้บริการอยู่ 3 ที่ คือ ที่ภูเก็ต 2 แห่ง และที่เกาะสมุย ส่วนที่เปิดให้บริการแล้วก็ไม่ได้เปิดทั้งหมด เปิดเฉพาะในส่วนที่ลูกค้าใช้บริการและจองห้องพักเท่านั้น เนื่องจากมีเฉพาะลูกค้าที่เป็นคนไทยและจำนวนไม่มากพอที่จะเปิดให้บริการทั้งหมด บางช่วงอัตราเข้าพักอยู่แค่ 5% ของห้องพักที่เปิดเท่านั้น

“วิกฤตครั้งนี้ถือว่าสาหัสมาก ที่ผ่านมาผู้ประกอบการท่องเที่ยวภูเก็ตเจอวิกฤตมาหลายๆ ครั้ง ทั้งโรคซาร์ส สึนามิ ก็ไม่หนักเท่าไวรัสโวคิด-19 แม้แต่ผู้ประกอบการที่แข็งแกร่งก็เอาไม่อยู่ โดยเฉพาะการแพร่ระบาดในระลอก 2 หนักมาก ลูกค้าหายทั้งหมด” นางธันยรัศม์ กล่าวและว่าสิ่งที่ผู้ประกอบการกังวลและเห็นใจที่สุด คือ พนักงานที่จะต้องเลิกจ้างและให้ออกจากงาน เพราะผู้ประกอบการเองก็แบกรับภาระไม่ไหว และยิ่งการแพร่ระบาดในระลอกสองด้วยแล้ว ต้องให้พนักงานที่เป็นระดับมืออาชีพและอยู่กันมานาน 10-30 ปี ออกไปอีกหนึ่งชุด จากที่เรามีพนักงานในเครือกะตะกรุ๊ปทั้งหมด 1,800 กว่าคน ต้องทยอยให้ออกมาเรื่อยๆ จนขณะนี้เหลือพนักงานที่ยังทำงานอยู่ 400 คนเท่านั้น แต่ทางโรงแรมก็จ่ายเงินชดเชยให้ทั้งในรูปแบบของการเกษียณอายุ การเลิกจ้าง จนถึงตอนนี้ทางโรงแรมใช้เงินสำหรับจ่ายชดเชยให้พนักงานไปกว่า 150 ล้านบาท ทั้งๆ ที่ช่วงนั้นทางโรงแรมไม่มีรายได้เข้ามาเลย แต่ก็ต้องดูแลพนักงานที่เราต้องเลิกจ้าง เพราะเขาต้องตกงาน ไม่มีรายได้ ส่วนพนักงานที่ทำงานอยู่ ถ้าเป็นพนักงานระดับล่างทางโรงแรมจ่ายให้ 70% ของเงินเดือนเพื่อให้พนักงานอยู่ได้โรงแรมอยู่ได้ แต่เราก็มีความหวังว่าในช่วงปลายปีนี้การท่องเที่ยวของภูเก็ตจะกลับมา เราจะดึงพนักงานที่เลิกจ้างกลับมาทำงานใหม่ เพราะเป็นบุคลากรที่มีประสบการณ์ในการทำงานอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยวของภูเก็ตเริ่มที่จะเห็นแสงสว่างบ้างแล้ว โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ทางรองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ ได้ลงมาประชุมร่วมกับจังหวัดภูเก็ต และภาคเอกชน ซึ่งทางภาคเอกชนภูเก็ตได้เสนอขอให้ภูเก็ตเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยไม่ต้องกักตัว หากนักท่องเที่ยวฉีดวัคซีนครบทั้ง 2 โดส ในวันที่ 1 ก.ค.นี้ ซึ่งทางรองนายกรัฐมนตรีรับที่จะนำเรื่องนี้เสนอนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี เรื่องนี้ทางภาคเอกชนภูเก็ตได้พยายามนำเสนอมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว ครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก รัฐบาลเองก็น่าจะรับรู้แล้วว่ารายได้จากการท่องเที่ยวหายไปเป็นจำนวนมาก เรียกว่าสุดจริงๆ สำหรับผลกระทบในครั้งนี้

การกำหนดให้เปิดรับต่างชาติในเดือน 1 ก.ค.นี้ เป็นเวลาที่เหมาะสม เพราะเมื่อประกาศเปิดไปแล้วไม่ใช่ว่านักท่องเที่ยวจะกลับเข้ามาทันที และโรงแรมเองก็ต้องเตรียมความพร้อมในการซ่อมแซมเพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยว ต้องใช้เวลาในการทำตลาดใหม่ จะต้องใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือนนับจากนี้ และในส่วนของเรื่องวัคซีนนั้น คิดว่ารัฐบาลน่าจะเข้าใจถึงการจัดสรรวัคซีนมาให้ภูเก็ตเพื่อให้ภูเก็ตเปิดเมืองรับต่างชาติ ทำเงินเข้าประเทศได้

“คิดว่าเวลานี้คนภูเก็ตน่าจะเห็นด้วยที่จะให้เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในวันที่ 1 ก.ค.นี้ เพราะลำบากกันทุกคน ทั้งเจ้าของกิจการ ลูกจ้าง พ่อค้า และชาวภูเก็ต อยู่ในสภาพที่ลำบากเหมือนกันหมด และอยากจะฝากถึงผู้ว่าฯ และนายก อบจ.ว่าก่อนที่จะเปิดเมืองรับต่างชาตินั้น อยากจะให้คนภูเก็ตร่วมกันทำบุญทุกศาสนาเพื่อความเป็นสิริมงคล ให้ภูเก็ตกลับมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทำรายได้เข้าประเทศเหมือนก่อนการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และคนภูเก็ตจะต้องร่วมมือกันเร่งแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการท่องเที่ยว เช่น เรื่องราคาแพง ทั้งค่าเดินทาง ค่าอาหาร นางธันยรัศม์ กล่าวและว่า

นางธันยรัศม์ กล่าวในตอนท้ายว่า เมื่อภูเก็ตเปิดเมืองรับต่างชาติในเดือน ก.ค.นี้ คิดว่านักท่องเที่ยวน่าจะค่อยๆ กลับเข้ามา คงจะไม่เข้ามาจำนวนมากๆ เหมือนที่ผ่านมา เพราะจากการพูดคุยกับเอเยนต์ทัวร์ในต่างประเทศ นักท่องเที่ยวยังต้องการมาภูเก็ต แต่จะต้องไม่มีการกักตัว หากกักตัวนักท่องเที่ยวจะไม่เข้ามาแน่นอน