ภูเก็ตกำหนดแผนเปิดเมืองรับต่างชาติ ขอวัคซีน 9 แสนโดส ฉีดคนภูเก็ตก่อน ก.ค.นี้ หวังสร้างรายได้ 5.4 หมื่นล้าน

ภูเก็ตกำหนดแผนเปิดเมืองรับต่างชาติ 1 ก.ค.นี้ ขอวัคซีนกว่า 9 แสนโดส ระดมฉีดให้คนภูเก็ต ร้อยละ 70 ก่อนเปิดเมือง ระบุเปิดได้สร้างรายได้ถึง 54,000 ล้าน ลงทุนแค่ 270 กว่าล้าน พร้อมเร่งสร้างความเข้าใจคนภูเก็ตฉีดวัคซีนตามเป้าหมาย

ล่าสุด นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการปะชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 22/2564 โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมคอซิมบี้ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต โดยการประชุมในวันนี้มีวาระพิจารณาที่สำคัญ คือ การขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการเห็นชอบแผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติโดยไม่มีการกักตัวจองจังหวัดภูเก็ต และเห็นชอบให้ลากูน่า ภูเก็ต จัดงานคอนเสิร์ตในช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้ แต่จะต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัดเนื่องจากเมื่อเร็วๆนี้ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ พร้อมคณะเดินทางมาประชุมร่วมกับจังหวัดภูเก็ต และภาคเอกชน เพื่อรับฟังแนวทางการให้การช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 และการเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยไม่ต้องมีการกักตัว ในวันที่ 1 ตุลาคม นี้ หากนักท่องเที่ยวได้รับวัคซีนครบ และคนภูเก็ตได้รับวัคซีนแล้วร้อยละ 70 ของประชากรทั้งจังหวัด ตามที่ภาคเอกชนภูเก็ตเรียกร้อง ซึ่งจากการร่วมประชุมในวันนั้น ได้ข้อสรุปว่า จะให้จังหวัดภูเก็ตเลื่อนการเปิดเมืองรับต่างชาติโดยไม่ต้องกักตัวให้เร็วขึ้นเพื่อฟื้นฟูท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ จากวันที่ 1 ตุลาคมเป็นวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ และให้จังหวัดภูเก็ตจัดทำแผนในการรองรับการเปิดเมืองรังนักท่องเที่ยวเสนอไปยังส่วนกลางเพื่อพิจารณาเปิดเมืองต่อไป

สำหรับแผนการเปิดเมืองรับต่างชาติ ในวันที่ 1 กรกฎาคม นั้น แพทย์หญิงเหมือนแพร   บุญล้อม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ได้นำเสนอต่อที่ประชุมถึงระยะเวลาในการขอรับวัคซีนและกระจายฉีดให้คนภูเก็ต ครบ 70% ก่อนวันที่ 1 ก.ค.นี้ ว่า สำหรับในส่วนของจังหวัดภูเก็ตนั้นเป้าหมายการฉีดวัคซีนตามทะเบียนราษฎร์คนที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านจำนวน 417,000 คน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอายุมากกว่า 18 ปี ขึ้นไป ที่สามารถรับวัคซีนได้มีจำนวน 310,000 กว่าราย คิดเป็น 74 % ของจำนวนประชาชนในทะเบียนราษฎร์ ซึ่งมีแผนที่จะฉีดวัคซีนให้กับคนกลุ่มนี้ทั้ง 100 %

นอกจากนั้นในส่วนของจังหวัดภูเก็ตยังมีแรงงานด้านการท่องเที่ยวที่ไม่ย้ายทะเบียนบ้านจำนวน  94,100 คน เรามีแผนที่จะฉีดวัคซีนให้กับคนกลุ่มนี้ทั้ง 100 % เช่นกัน นอกจากนั้นยังมีแรงงานในภาคธุรกิจอื่นที่ไม่ได้ทะเบียนบ้านเข้ามาอีกจำนวน 7,000 คน  คนกลุ่มนี้จะฉีดประมาณ 70 % หรือประมาณ 5,000 กว่าคน ยังมีแรงงานต่างด้าวที่ขึ้นทะเบียนไว้อีก 81,000 ราย ซึ่งกลุ่มนี้จะฉีด 70 % ก็อยู่ที่ประมาณ 50,000 ราย

สำหรับในส่วนของจังหวัดภูเก็ตนั้นจะต้องใช้วัคซีนเพื่อฉีดให้ได้ 70 % จำนวน 466,587 คน หรือ 933000 กว่าโดส ถ้าได้รับวัคซีนมาจะจัดบริการฉีดวัคซีน โดยจัดเตรียมทีมแพทย์ทั้งของรัฐและเอกชนไว้ 20 ทีมๆ ละ 20 คน และ สถานที่ฉีดไว้ 9 แห่ง ได้แก่ ศูนย์การค้าจังซีลอนป่าตอง มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต สนามกีฬาสะพานหิน โรงพยาบาลฉลองและโรงแรมภูเก็ตออร์คิด รีสอร์ท โรงแรมสแปซ รีสอร์ท ธัญญปุระ อังสนาคอนเวนชั่นแอนด์เซ็นเตอร์ หากได้วัคซีนมาภายในวันที่ 15 เมษายนนี้ สามารถฉีดได้

แพทย์หญิงเหมือนแพร กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาเราได้รับวัคซีนมาแล้ว 4,000 โดส โดยฉีดให้กับคนจำนวน 2,000 คน เมื่อต้นเดือนมีนาคม และในเดือน เม.ย.นี้ ทางจังหวัดภูเก็ตจะได้รับชิโดแวค มาอีก 100,000 โดส ถ้าบริหารจัดการได้ดีก็มีแผนที่จะขอฉีดวัคซีนให้กับคนภูเก็ตได้ในเดือน พ.ค. อีก 300,000 โดส ส่วนเดือน มิ.ย.,ก.ค. ก็จะขอฉีดวัคซีน“แอสตร้าเซนเนก้า” เข็มแรก และ ในเดือนส.ค. และ ก.ย. ฉีดวัคซีน“แอสตร้าเซนเนก้า” เข็มที่ 2 ซึ่งจะทันกับการเปิดภูเก็ต

อย่างไรก็ตามวนระยะทดลองเพื่อเปิดเมืองได้ทัน 1 ก.ค. ก็จะมีนักท่องเที่ยวซึ่งอาจจะจีนที่เดินทางเข้ามาในช่วงหยุดยาว ส่วนโครงการ Phuket First October มีการสำรวจพบว่ามีนักท่องเที่ยวจากทั้งจีน และยุโรป จะเดินทางเข้ามา ไม่มีการกักตัวซึ่งเป็นแผนที่วางไว้ ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาและได้รับการฉีดวัคซีนแล้วและมีการตรวจเทสมีผลเป็นลบก็ไม่ต้องกักตัว ขณะที่ในกลุ่มของคนที่ยังไม่ฉีดวัคซีนก็กักตัวแต่ลดจำนวนวันในการกักตัวลง ส่วนความพร้อมในการรักษากรณีเกิดเหตุไม่คาดฝัน ในส่วนของจังหวัดภูเก็ตได้มีการขอความร่วมมือจากทั้งโรงพยาบาลภาครัฐและเอกจำนวน 9 แห่ง โดยมีเตียงสำรองไอซียู 20 เตียงมีห้องปลอดเชื้อ 40 เตียง มีเต็นท์สนามอีก 100 เตียงที่ มอ.ภูเก็ต

แพทย์หญิงเหมือนแพร ยังได้กล่าวถึงการคาดการณ์ รายรับจากการท่องเที่ยว หลังมีการเปิดเมือง ว่า สำหรับรายได้ที่จะเกิดขึ้นจากการท่องเที่ยวหลังจากที่มีการฉีดวัคซีนให้กับคนภูเก็ตคน 70 % เพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวให้ทัน 1 ก.ค.คิดว่าจะมีรายรับจากการท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติ ประมาณ 54,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเงินที่ใช้สำหรับฉีดวัคซีนให้กับคนบนเกาะภูเก็ตพบว่าใช้งบประมาณเพียง 279 ล้าน เพื่อเปิดเมืองให้ทันตามที่กำหนด ถือว่าว่าเป็นจำนวนเงินลงทุนที่น้อยมาก เพียงแค่ 0.5 % รายได้ที่จะได้รับกลับเข้ามาอย่างไรก็ตาม ที่ประชุมเห็นชอบตามแผนเปิดเมืองรับต่างชาติ ในวันที่ 1 กรกฎาคม เพื่อนำเสนอรัฐบาลต่อไป และเห็นว่าการที่ภูเก็ตจะเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในวันที่ 1 ก.ค.นี้ ได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่ว่า ภูเก็ตจะได้รับการจัดสรรวัคซีนตามที่ได้ร้องขอไปกว่า 960,000 โคสหรือไม่ เมื่อได้รับวัคซีนมาแล้วจะสามารถกระจายการฉีดวัคซีนให้กับคนภูเก็ตทันก่อนวันที่ 1 ก.ค.หรือไม่ และสุดท้ายขึ้นอยู่ว่าคนภูเก็ตจะยินยอมให้ฉีดวัคซีนจนถึงร้อยละ 70 ของประชากรหรือไม่ เพราะการที่จะเปิดเมืองรับต่างชาติได้นั้น คนภูเก็ตจะต้องได้รับวัคซีนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 เพื่อความมั่นใจของคนภูเก็ตและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เพื่อให้คนภูเก็ตฉีดวัคซีนเป็นไปตามที่กำหนดร้อยละ 70 ของประชากรในพื้นที่นั้น ทางผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต จะสร้างการรับรู้และสร้างความเข้าใจให้กับคนภูเก็ตเกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 โดยกำหนดจะมีการประชุมประชาคม ทั้ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบจ. กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมน เพื่อสร้างการรับรู้และสร้างความมั่นใจให้กับคนภูเก็ตในการฉีดวัคซีน เพราะหากรัฐบาลจัดสรรวัคซีนให้แล้ว แต่คนภูเก็ตไม่ฉีด เราก็ไม่สามารถที่จะเปิดเมืองต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติโดยไม่กักตัวได้

นั่นหมายความว่า ภูเก็ตไม่สามารถที่จะพลิกฟื้นท่องเที่ยวและเศรษฐกิจได้ คนภูเก็ตก็จะลำบากต่อไป จากที่ไม่มีรายได้ ซึ่งทางนักวิชาการ มอ.ระบุว่า จากผลการศึกษาพบว่ารายได้ของคนภูเก็ตลดลงเรื่อยๆ โดยในเดือน ก.พ.อยู่ที่เดือนละ 4 พันบาทต่อคน หากยังอยู่ในสภาพนี้ คาดในเดือน พ.ค.นี้ รายได้เฉลี่ยจะลดลงเหลือคนละ 1,900 บาทต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งต่ำกว่ารายได้เฉลี่ยของคนที่อยู่ในภาวะความยากจน ภูเก็ตจะพึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวคนไทยเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ท่องเที่ยวและเศรษฐกิจจะพลิกฟื้นขึ้นมาได้นั้นจะต้องอาศัยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่ยังมีความต้องการที่จะมาภูเก็ต เพียงแต่เมื่อมาแล้วจะต้องไม่มีการกักตัวเท่านั้น ดังนั้นการฉีควัคซีนของคนภูเก็ตจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ทั้งในแง่การสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและคนภูเก็ตเอง รวมไปถึงเป็นเครื่องมือในการตลาดท่องเที่ยวอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม หากการฉีดวัคซีนไม่เป็นไปตามแผนที่จะเปิดรับต่างชาติในวันที่ 1 ก.ค. นี้ ทางจังหวัดได้เตรียมแผนสำรองรองรับไว้ เช่น การกำหนดพื้นที่ในการท่องเที่ยวที่ปลอดภัย หรือ กำหนดเป็นเส้นทางท่องเที่ยว เป็นต้น