ตรวจหาเชื้อโควิด ที่ ด่านท่าฉัตรไชย เพิ่มอีก 4 จังหวัด

คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต มีมติให้ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่ ด่านท่าฉัตรไชย เพิ่มอีก 4 จังหวัด สำหรับผู้ที่เดินทางมาจาก นราธิวาส นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และคนภูเก็ต ที่เดินทางออกนอกจังหวัดกลับเข้ามาต้องตรวจหาเชื้อโควิดทุกคน เริ่ม 25-30 เม.ย. 2564 พร้อมเอาจริงกับชาวต่างชาติที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด

ผู้สื่อข่าวรายงาน นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 30/2564 โดยมี ว่าที่วิกรม จากที่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายแพทย์กู้เกียรติ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต นายแพทย์เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผอ.โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชน เข้าร่วม ณ ห้องประชุมคอซิมบี้ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตโดยที่ประชุมได้พิจารณาหารือมาตรการคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้ามาจังหวัดภูเก็ต ณ ด่านท่าฉัตรไชย จากจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เกิน 50 คน ด้วยวิธีการตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบรวดเร็ว (Rapid Antigen) เนื่องจากในขณะนี้ในพื้นที่ภาคใต้มีหลายจังหวัดที่สามารถเดินทางโดยรถยนต์มายังจังหวัดภูเก็ตได้สะดวกและมีการติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น

ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องการนำเชื้อจากภายนอกเข้ามาแพร่ในจังหวัดภูเก็ต ทางคณะกรรมการโรคิดต่อ จึงได้มีมติเห็นชอบที่จะให้มีการตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบ Rapid Antigen สำหรับผู้ที่เดินทางเข้าภูเก็ต เพิ่มอีก 4 จังหวัด คือ ภูเก็ต นราธิวาส นครศรีธรรมราช และ สุราษฎร์ธานี จากเดิมได้ประกาศไปแล้ว 17 จังหวัด ทำให้ขณะนี้ผู้ที่เดินทางเข้ามาภูเก็ตผ่านทางด่านท่าฉัตรไชยจาก 21 จังหวัดดังกล่าว จะต้องผ่านการตรวจหาเชื้อโควิด-19  ณ ด่านท่าฉัตรไชย โดยเริ่มตรวจตั้งแต่วันที่ 25 – 30 เม.ย.2564 และมาตรการอื่นๆ ตามที่ได้ประกาศไปก่อนหน้านี้แล้ว คือ คนที่เดินทางเข้าภูเก็ตจะต้องฉีดวัคซีน 2 เข็ม จะต้องผ่านการตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบ RT-PCR ภายใน 72 ชม.ต้องโหลดแอฟฯหมอชนะ ต้องลงทะเบียนผ่าน www.gophuget.com และต้องรายงานตัวกับศูนย์ EOCส่วนค่าใช้จ่ายในการตรวจนั้น ที่ประชุมได้มอบหมายให้ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตและโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ประสานกับทาง สปสช.ในการของบประมาณมาดำเนินการตรวจ รวมทั้ง อบจ.ภูเก็ต

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงมาตรการในการดำเนินการกับชาวต่างชาติที่ทำงานและอาศัยอยู่ในภูเก็ตแต่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 เช่น ไม่สวมหน้ากากอนามัย ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งจังหวัด ไม่ยอมเข้ารับการรักษาตัวเมื่อตรวจพบเชื้อโควิด-19 จนเจ้าหน้าที่ต้องเข้าติดตามมารักษา เป็นต้น ซึ่งในเรื่องนี้ จะมีการเชิญกงสุลของประเทศต่างๆ ที่อยู่ในภูเก็ตเพื่อทำความเข้าใจและขอความร่วมมือในการตักเตือนและสื่อสารไปยังคนประเทศนั้นให้ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด หากยังมีการฝ่าฝืนทางจังหวัดจะดำเนินการตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรค อย่างเด็ดขาด เพื่อแก้ปัญหาต่อไป