ภูเก็ตเข้ม! คงมาตรการป้องกันโควิด-19 ระบาด ปิดสถานที่ กิจกรรม เสี่ยง ปิดด่านท่าฉัตรไชย 23.00-05.00 น.เหมือนเดิม

เข้าภูเก็ตเหมือนเดิม ฉีดวัคซีน 2 เข็ม หรือ มีใบรับรองตรวจหาเชื้อโควิดภายใน 72 ชั่วโมง ไม่มี ต้องตรวจหาเชื้อโควิดด้วยวิธี Rapid Antigen Test ทุกคนที่สนามบิน และ 25 จังหวัดเสี่ยง ที่ด่านท่าฉัตรไชย ไปจนถึงวันที่ 15 พ.ค.นี้ (สิ้นสุดวันประกาศ) ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงต่อไปจนถึงวันที่ 31 พ.ค.2564

เพิ่มเติม ห้ามรวมกลุ่มสังสรรค์ดื่มสุราในครอบครัว กลุ่มเพื่อนฝูง ฝ่าฝืนมีความผิด คนต่างชาติถึงขั้นถอนวีซ่าอยู่ในประเทศไทย หลังคลัสเตอร์สังสรรค์ดื่มสุราแพร่ระบาดในหลายๆพื้นที่ล่าสุด นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 35/2564 โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายเรวัต อารีรอบ นายก อบจ.ภูเก็ต นายนที ถิ่นสาคู ส.ส.ภูเก็ต นายแพทย์กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขภูเก็ต ส่วนราชการและภาคเอกชน เข้าร่วม ณ ห้องประชุมคอซิมบี้ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต

โดยการประชุมวันนี้ ทางคณะกรรมการฯมีมติให้คงมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิดตามประกาศจังหวัดภูเก็ต 3 ฉบับที่จะสิ้นสุดวันในที่ 12 และ 15 พ.ค.2564 นี้ เช่น ยังคงปิดโรงเรียนไปจนถึงวันที่ 31 พ.ค.นี้ ปิดต่อในส่วนของสถานที่เสี่ยงการแพร่เชื้อ การคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้ามาภูเก็ต โดยการห้ามคนและรถเข้าภูเก็ตตั้งแต่เวลา 23.00-05.00 น. ยกเว้นรถตามที่ได้ประกาศไว้นั้น

ส่วนประกาศกรณีคนที่เดินทางเข้ามาภูเก็ต จะต้องฉีดวัคซีน 2 เข็ม หรือ มีใบรับรองการตรวจโควิดภายใน 72 ชั่วโมง เข้าภูเก็ตได้ แต่ถ้าไม่มีจะต้องตรวจหาเชื้อโควิดด้วยวิธี Rapid Antigen Test ทุกคนที่สนามบินภูเก็ต และ 25 จังหวัดที่เป็นพื้นที่เสี่ยง ที่ด่านท่าฉัตรไชย ซึ่งประกาศดังกล่าวจะสิ้นสุดในวันที่ 15 พ.ค.นี้นั้น ทางคณะกรรมการฯ ยังให้คงประกาศดังกล่าวไว้จนถึงวันที่ 15 พ.ค.นี้ และหากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจะให้ดำเนินการไปจนถึงวันที่ 31 พ.ค.นี้อย่างไรก็ตาม ทางจังหวัดภูเก็ตได้เสนอให้มีการกักคนต่างจังหวัดที่เข้ามาภูเก็ต 14 วัน หากไม่ได้ฉีดวัคซีนและไม่มีใบรับรองการตรวจหาเชื้อโควิด และยกเลิกการตรวจหาเชื้อที่สนามบินและด่านท่าฉัตรไชย เนื่องจากยังไม่มั่นใจในเรื่องของงบประมาณที่จะนำมาดำเนินการว่าจะได้รับการสนับสนุนไปจนถึงเมื่อไหร่ แต่ทางภาคเอกชนไม่เห็นด้วย และมองว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของภูเก็ตและหากมีการยกเลิกการตรวจ Rapid Antigen Test จะทำให้การแพร่เชื้อเกิดขึ้นอีก ขอให้คงการตรวจหาเชื้อที่สนามบินและที่ด่านท่าฉัตรไชยเหมือนเดิม โดยให้ผู้ที่เดินทางเข้าภูเก็ตรับผิดค่าใช้จ่ายในการตรวจหาเชื้อเอง ซึ่งเรื่องนี้ทางจังหวัดจะข้อสรุปอีกครั้งหนึ่ง

นอกจากนี้ ทางคณะกรรมการฯยังได้เพิ่มเติมในส่วนของมาตรการการร่วมกลุ่มทำกิจกรรมต่างๆ ให้เป็นไปตามประกาศเดิมที่ได้ประกาศไปแล้ว แต่ได้เพิ่มความเข้มข้นในเรื่องของการจัดปาร์ตี้ในกลุ่มเพื่อนฝูง นัดสังสรรค์ดื่มสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในบ้านพักหรือสถานที่ต่างๆ หากฝ่าผืนจะมีโทษตามกฎหมายทันที ส่วนคนต่างชาตินั้นจะมีการดำเนินคดีและยกเลิกวีซ่าอยู่ในประเทศไทยทันที เนื่องจากขณะนี้พบว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดนั้นเกิดจากการร่วมกลุ่มของคนในจังหวัดภูเก็ตเกือบทั้งหมด หลังจากที่มีการตรวจคัดกรองที่สนามบินและด่านท่าฉัตรไชย