“อนุทิน-พิพัฒน์” ลงพื้นที่ภูเก็ต ส่งมอบวัคซีนพร้อมติดตามแผนการฉีดวัคซีน 200,000 โดส

“อนุทิน-พิพัฒน์” ลงพื้นที่ภูเก็ต ส่งมอบวัคซีนพร้อมติดตามแผนการฉีดวัคซีน 200,000 โดส ที่รัฐบาลจัดสรรฉีดให้คนภูเก็ต เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ เปิดเมืองรับต่างชาติ 1 ก.ค.นี้ มั่นใจหลังเปิดเมืองต่างชาติเข้าสร้างรายได้ให้ภูเก็ต 8 หมื่นล้านในช่วงครึ่งปีหลัง

ผู้สื่อข่าวรายงาน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามการให้บริการวัคซีนโควิด-19 แก่ประชาชนในพื้นที่ภูเก็ต พร้อมส่งมอบวัคซีนซิโนแวค จำนวน 35,000 โดส สำหรับฉีดประชาชนในพื้นที่ ตามแผนการมอบวัคซีนให้ภูเก็ต 200,000 โดส ยาแผนไทยฟ้าทะลายโจร และอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต โดยมีนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายแพทย์เฉลิมพงศ์ สุคนธผล ผอ.โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เป็นตัวแทนรับมอบ

จากนั้นได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อติดตามและรับทราบการเตรียมความพร้อมของจังหวัดภูเก็ต ในการเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนแล้ว 2 เข็ม เข้ามาท่องเที่ยวโดยไม่กักตัว ในวันที่ 1 ก.ค.2564 นี้ ตามโมเดล Phuket Tourism Sandbox โดยมีภาครัฐและเอกชน ภูเก็ต เข้าร่วม ณ ห้องประชุมคอซิมบี้ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การเดินลงมาภูเก็ตในครั้งนี้พร้อม รัฐมนตรีท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อมาตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนที่จังหวัดภูเก็ต และให้กำลังในเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขของภูเก็ต ซึ่งภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีประสิทธิภาพในการฉีดวัคซีนมาก และการลงมาในครั้งนี้ได้นำวัคซีนมาเพิ่มให้กับจังหวัดภูเก็ตตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่นำร่องในการเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในวันที่ 1 ก.ค.2564 นี้ เพื่อเข้ามาฟื้นฟูเศรษฐกิจให้ได้มากที่สุด

“มั่นใจถึงความพร้อมของภูเก็ตในการเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขพร้อมให้การสนับสนุนจังหวัดภูเก็ตในทุกด้านๆ เพื่อให้การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของภูเก็ตกลับมาเหมือนเดิม ซึ่งมั่นใจว่าภูเก็ตกลับมาเปิดเมืองได้เมื่อไร การท่องเที่ยวของประเทศไทยก็กลับมาเมื่อนั่นเช่นกัน” นายอนุทิน กล่าวในที่สุด

ด้าน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การลงภูเก็ตพร้อมกับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในวันนี้ เพื่อมาพูดคุยถึงความพร้อมของภูเก็ตในการเปิด Phuket sandbox ในวันที่ 1 ก.ค.ที่จะถึงนี้ โดยเฉพาะในเรื่องของวัคซีนนั้นภูเก็ตได้รับตามที่ได้ขอไปอย่างแน่นอน ซึ่งทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ยืนยันแล้วว่าภูเก็ตจะได้รับวัคซีนอีก 200,000 โดส และ แอสตร้าเซเนก้าอีก 110,000 โดสในเดือน มิ.ย.นี้ จำนวนดังกล่าวจะครอบคลุมประชาชนชาวภูเก็ต หลังจากนี้ทางจังหวัดจะได้วางแผนในการฉีดต่อไปการเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 1 ก.ค.นี้ ภูเก็ตจะเป็นประตูของประเทศไทยไปสู่ประเทศต่างๆ และเป็นพื้นที่นำร่องสำหรับพื้นนที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อยากจะให้ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันเริ่มต้นการท่องเที่ยวใหม่ ไม่ให้สิ่งที่รบกวนและสิ่งที่นักท่องเที่ยวไม่พึงประสงค์กลับเข้ามาภูเก็ตอีก อยากให้ภูเก็ตเปิดการท่องเที่ยวใหม่ยุค new normal ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมาเฟียรถรับจ้าง ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว รวมไปถึงอยากจะเชิญชวนให้ผู้ประกอบการโรงแรมและอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวเข้าสู่มาตรฐาน SHA เพราะมาตรฐานดังกล่าวเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยว กล่าวต่อว่า เมื่อความกังวลเรื่องวัคซีนหมดไปแล้ว คนภูเก็ตจะได้ฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรร้อยละ 70 ในสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ หลังจากนี้เป็นหน้าที่ของ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ททท.และผู้ประกอบการในการที่จะเชิญชวนนักท่องเที่ยวกลับมาท่องเที่ยวยังจังหวัดภูเก็ต ในการเปิดเมืองรับต่างชาติ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้ เป็นต้นไป ภูเก็ตเปิดประตูบานแรกรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

ขณะที่ นายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวภูเก็ต กล่าวว่า การเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1 ก.ค.ตามโมเดล Phuket Tourism Sandbox จะเกิดขึ้นได้เมื่อคนภูเก็ตได้รับวัคซีนครอบคลุมประชากร 70% ซึ่งขณะนี้คนภูเก็ตได้รับวัคซีน 2 เข็มแล้วคิดเป็นร้อยละ 21 และ 1 เข็ม ร้อยละ 22% ซึ่งคาดว่าเมื่อถึงสิ้นเดือน มิ.ย.คนภูเก็ตจะได้รับวัคซีน 2 เข็มแซงหน้ามัลดิฟ ซึ่งหมายความว่าทัวร์โอเปอร์เรเตอร์จะไม่กังวลในการที่จะส่งนักท่องเที่ยวเข้ามาภูเก็ต เพราะคนในพื้นที่ได้รับวัคซีนที่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้แล้วส่วนคนต่างชาติที่เข้ามาก็ต้องได้รับวัคซีน 2 เข็มเกิน 14 วัน รวมไปถึงมีการตรวจหาเชื้อโควิดก่อนเดินทางเข้ามา เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี สามารถเดินทางเข้ามาได้ เด็กอายุ 12-18 ปี จะต้องทำ Rapid Test สามารถท่องเที่ยวและใช้ชีวิตในภูเก็ตโดยไม่มีการกักตัว เข้ามาพักในภูเก็ต 7 วันก่อนที่จะเดินทางไปพื้นที่อื่นๆ และอยู่ในภูเก็ตต้องมีการตรวจหาเชื้อโดยวิธี RT-PCR ในวันที่ 5 เพื่อความปลอดภัยของภูเก็ตและพื้นที่อื่นๆ และคนไทยที่เข้ามาภูเก็ตจะต้องหาเชื้อโควิดด้วยวิธี Rapid Test ที่สนามบิน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับภูเก็ต

นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวภูเก็ต กล่าวต่อว่า เมื่อภูเก็ตเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ในวันที่ 1 ก.ค.นี้ คาดว่าในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ปีนี้ ภูเก็ตจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 8 หมื่นล้านบาท

Facebook Notice for EU! You need to login to view and post FB Comments!