ภูเก็ตยังเข้มมาตรการเข้าพื้นที่ ไม่ฉีดวัคซีน 2 เข็ม ไม่ตรวจโควิด ต้องกักตัว 14 วัน

ภูเก็ตยังเข้มมาตรการเข้าพื้นที่ ไม่ฉีดวัคซีน 2 เข็ม ไม่ตรวจโควิด ต้องกักตัว 14 วัน ขณะที่คนเดินทางเริ่มเบาบาง ส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการของจังหวัด ยืนยังภูเก็ตไม่เคยบังคับให้ประชาชนจ่ายค่า Rapid Antigen Test

ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ บริเวณด่านตรวจท่าฉัตรไชย อ.เมือง จ.ภูเก็ต การเดินทางเข้าพื้นที่จังหวัดภูเก็ตของคนนอกพื้นทีเริ่มเบาบาง มีประชาชน และรถขนของทยอยเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่องในจำนวนที่ไม่มากนัก โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสอบ ซึ่งจากการสังเกตพบว่าประชาชนที่เดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ตส่วนใหญ่ปฏิบัติตามมาตรการที่ทางจังหวัดกำหนดไว้ เมื่อมาถึงจุดตรวจต่างก็จะโชว์ใบรับรองการตรวจหาเชื้อโควิด และ ใบรับรองการฉีดวัคซีนแล้ว 2 เข็ม ให้เจ้าหน้าที่ดู ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องของการจราจรติดขึ้นส่วนบุคคลที่ยังไม่ฉีดวัคซีน หรือไม่ได้ตรวจโควิดมา ทางเจ้าหน้าที่จะให้ไปลงบันทึกกับทางเจ้าหน้าที่บริเวณเกตเวย์ เพื่อแจ้งเหตุผลและหนังสือบันทึกการคักตัว เพราะตามมาตรการของจังหวัดภูเก็ต คนที่จะเข้าภูเก็ตจะต้องปฏิบัติตามมาตรการเข้ม คือ ต้องฉีดวัคซีนมาแล้ว 2 เข็ม หรือ มีผลตรวจโควิดภายใน 72 ชั่วโมง หาไม่มีทั้ง 2 อย่างจะต้องกักตัว 14 วัน

ขณะที่ นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สำหรับวันนี้ ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการเพิ่มความเข้มมาตรการเดินทางเข้าจังหวัด ตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 36/2564 และ พบว่า 2 วันที่ผ่านมาได้มีปัญหาในการปฏิบัติงานเกิดขึ้น ทางจังหวัดจึงได้ออกมาตรการเพิ่มเติมอีก 1 ข้อ เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว คือกรณีผู้ที่ต้องการเดินทางเข้ามาจังหวัดภูเก็ต แต่ไม่ได้ฉีดวัคซีน 2 เข็ม และ ไม่มีผลตรวจโควิด จะต้องกักตัวอยู่ในที่พัก เป็นเวลา 14 วัน ซึ่งเริ่มบังคับใช้วันนี้วันแรก โดยจะมีพนักงานควบคุมโรคติดต่อ จะทำหน้าที่ในการคัดกรอง ออกใบสั่งกักตัวให้กับผู้เดินทางเข้ามายังจังหวัด ซึ่งจะเดินทางเข้ามาได้ แต่จะต้องไปรายงานตัวต่อศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้สถานการณ์ในภาวะฉุกเฉิน ระดับตำบล หรือ EOC ตำบล เพื่อเริ่มกักตัว 14 วัน หมายความว่า หากเข้ามาอยู่ 5 วัน ก็ยังไม่พ้นการกักตัว ก็ต้องกักตัวทั้ง 5 วัน หรือใครอยู่ครบ 14 วันก็ต้องกักตัว 14 วัน วันที่ 15 จึงสามารถออกมาใช้ชีวิตตามปกติได้ส่วนการตรวจ Antigen Rapid Test ที่ด่าน ทางบก ทางอากาศ แต่เดิมทีได้เริ่มตรวจมาตั้งแต่วันที่22 เมษายน 2564 จนถึงวันที่ 15 พ.ค.64 โดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช.ซึ่งสนับสนุนค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้แก่พี่น้องประชาชน แต่หลังจากวันที่ 15 พ.ค.64 เป็นต้นมาทาง สปสช.เองไม่ได้ให้งบประมาณในการตรวจที่ด่านฯ ทางจังหวัดจึงต้องยุติการให้บริการ แต่เมื่อหยุดให้บริการเมื่อวันที่ 16 พ.ค. ซึ่งเป็นวันที่จังหวัดบังคับใช้มาตรการเดินทางเข้าจังหวัด ตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 36/2564 คือการที่พี่น้องประชาชนจะเดินทางเข้ามาทางด่านท่าฉัตรไชย หรือ ทางอากาศจะต้องมีหลักฐานที่แสดงว่าได้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด – 19 ครบ 2 เข็ม หรือ มีหลักฐานว่าได้ผ่านการตรวจสวอปมาด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น Rapid Antigen Test หรือวิธี RT-PCR ก็ได้ จึงจะสามารถผ่านด่านเข้ามาได้

โดยทางบกนั้นประชาชนจะต้องไปสวอปกันมาเองก่อน เช่น ไปที่สถานพยาบาลที่มีการให้บริการ ที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงสาธารณะสุข เพราะฉะนั้นการไปหาสถานพยาบาลในลักษณะนี้จึงค่อนข้างยากลำบาก บางรายไปใช้บริการที่โรงพยาบาลพังงา ซึ่งจากการสอบถามทราบว่า ทางโรงพยาบาลพังงาก็ให้บริการได้ค่อนข้างจำกัด อาจจะให้บริการตรวจได้เพียง 150 รายต่อวัน ทำให้เหลือประชาชนอีกจำนวนมากที่ไม่มีทางออก ไม่สามารถผ่านเข้ามาทำกิจธุระในจังหวัดได้ ทางจังหวัดจึงขอให้ทางหน่วยงานที่เคยช่วยเหลือให้บริการให้กับกระทรวงสาธารณะสุขมาก่อนหน้าเข้ามาแบ่งเบาภาระ ด้วยการให้บริการเสมือนเป็นหน่วยงานเอกชน มาอำนวยความสะดวก ไม่ต้องให้งประชาชนต้องไปหาสถานพยาบาลอื่น โดยมาช่วยทำการสวอปให้เป็นการชั่วคราวเพราะมาตรการเพิ่งบังคับใช้เมื่อวันที่ 16 พ.ค.64 ที่ผ่านมาดังนั้นจึงเป็นทางออกว่าถ้าใครไม่ได้ไปทำการสวอปที่สถานพยาบาลอื่น ซึ่งทราบว่าค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 500 – 700 บาท ในการเข้ามาดำเนินการตรวจฯเพื่ออำนวยความสะดวก ได้คิดราคาเพียง 450 บาท เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ไม่ได้มีผลสวอปมายืนยัน ได้มาใช้บริการในจุดนี้ ไม่ต้องเดินทางไปหาสถานพยาบาลอื่นๆ ทั้งนี้ยืนยันว่าเป็นทางเลือก ไม่ได้เป็นการบังคับว่าจะต้องทำสวอป ที่จุดนี้เพื่อจะเข้าภูเก็ต ถ้าคนใดมีใบรับรองการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ก็เข้าได้ ท่านใดมีใบรับรองการตรวจสวอปจากที่อื่นมาก็เข้าได้

แต่ถ้าใครที่ไม่มี จุดนี้จะช่วยผ่อนปรน บรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้ ทำให้มีพี่น้องประชาชนบางรายที่มาเสียค่าใช้จ่ายจากการใช้บริการจุดดังกล่าวเกิดความเข้าใจผิดว่า จังหวัดฯไปคิดเงิน ค่าเข้าจังหวัด ซึ่งที่จริงแล้วเป็นการเข้าใจผิด ถึงแม้จะมีการอธิบายถึงขั้นตอนแก่พี่น้องประชาชนคนดังกล่าวแล้วว่าทางจังหวัดไม่ได้มีการเก็บเงินผู้ที่เข้ามายังจังหวัดภูเก็ต และเป็นคนละบริบทกัน โดยมาตรการจังหวัดที่ออกมานั้นความจริงต้องการที่จะลดการเคลื่อนย้าย ลดการเดินทางเข้ามาจังหวัด เลยเป็นการสร้างปราการที่เกิดเป็นความยากลำบาก แต่เจตนาจริงๆคือต้องการหยุดการเคลื่อนไหวของพี่น้องประชาชนแต่อย่างไรก็ตามในตรวจของการตรวจหาเชื้อที่ด่านท่าฉัตรไชยนั้นทางจังหวัดได้ยกเลิกตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์เดิมของจังหวัดภูเก็ตที่เคยดำเนินการมาแล้วตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา