จังหวัดภูเก็ต จับมือ ภาคเอกชนภาคประชาชน มูลนิธิกุศลธรรมองค์กรสาธารณกุศล ช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางผู้ยากไร้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

วันที่ 21 พฤษภาคม 2564 นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตพร้อมด้วย นางวันดี วุ่นซิ้ว นายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ปลัดจังหวัดภูเก็ต นายอำเภอเมืองภูเก็ต นายอำเภอกะทู้ นายอำเภอถลาง ประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดภูเก็ต นางเบญจวรรณ ตัมพานุวัตร ประธานมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต สื่อมวลชนจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมหารือเตรียมความพร้อมวางแผนการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ข้อมูลกลุ่มเปราะบางที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ร่วมกับท้องถิ่นสำรวจไว้  มีจำนวน 4,551 ราย นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตได้ให้ประชาชนลงทะเบียนจำนวนกว่า 10,000 ราย

จังหวัดภูเก็ตได้มอบหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกพื้นที่สำรวจข้อมูลประชาชนกลุ่มเปราะบาง ผู้ยากไร้ ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19  เพื่อดำเนินการช่วยเหลือ ให้เป็นไปอย่างครอบคลุมและทั่วถึง โดยบูรณาการทำงาน ทั้งในส่วนของภาครัฐ เอกชน และองค์กรสาธารณกุศล อาทิ เหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต มูลนิธิกุศลธรรม  เพื่อให้การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและผู้ยากไร้ ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต

โดยที่ผ่านมาสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ตได้ลงพื้นที่ นำถุงยังชีพแจกจ่ายช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แล้ว กว่า 4,500 รายทั้งนี้ในส่วนของมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตมีแผน ที่จะให้การช่วยเหลือประชาชนในวันที่ 29-30 พฤษภาคม 2564 โดยกำหนดแจกถุงยังชีพให้แก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอเมืองจำนวน 2,000 ชุด อำเภอถลาง 1,000 ชุดและอำเภอกระทู้ 1,000 ชุด

สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในภูเก็ต ทั้ง 18 แห่ง ได้เปิดให้ พี่น้องประชาชนที่มีทะเบียนบ้าน ลงทะเบียนรับถุงยังชีพภายในวันที่ 30 พค. นี้ และ คาดว่าจะสามารถดำเนินการแจกจ่ายได้ในวันที่ 10 มิถุนายน 2564

ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่วเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้จังหวัดภูเก็ตยังมีโครงการที่กำลังของบประมาณจากรัฐบาลและรอผลการอนุมัติอยู่คือโครงการจ้างงานเร่งด่วน 6 เดือน วงเงิน 750 ล้านบาท ให้แก่ประชาชน จำนวน 15,000 คนในอัตราจ้าง แรงงานขั้นต่ำรายวันวันละ  336 บาทซึ่งหากรัฐบาลอนุมัติโครงการดังกล่าวจะสามารถดำเนินการจ้างแรงงานได้ ในเดือนกรกฎาคม  ถึง ธันวาคม 2564