กองปราบตามรวบคนเปิดบัญชีธนาคาร ให้กับแก๊งคนดำโรแมนซ์สแกม ในพื้นที่ภูเก็ต วันเดียว 3 ราย

กองปราบตามรวบคนเปิดบัญชีธนาคาร ให้กับแก๊งคนดำโรแมนซ์สแกม ในพื้นที่ภูเก็ต วันเดียว 3 ราย พบเงินหมุนเวียนในบัญชีของผู้ร่วมขบวนการกว่า 200 ล้านบาท เบื้องต้นให้ภาคปฎิเสธทั้ง 3 ราย รับค่าจ้างเปิดบัญชี 500-1,000 บาท พร้อมเตือนภัยหากมีผู้ใดมาว่าจ้างให้เปิดบัญชีธนาคาร หรือมาขอยืมใช้บัญชีธนาคารของท่าน ให้ท่านปฏิเสธโดยทันทีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามฯ ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก. , พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. นำโดย พ.ต.ต.พิทยา ธนาวุฒิ สว.กก.5 บก.ป. พร้อม เจ้าหน้าที่กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย ประกอบด้วย นายทศพล ศิริปรุ อายุ 35 ปี ชาว ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต น.ส.ศศิธร นวลแก้ว อายุ 23 ปี ชาว ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต และนายนิรันดร เทียนถาวร อายุ 20 ปี ชาว ต.นาไหม อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ 74/2564 และ 75 /2564 ตามความผิด  “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”ทั้งนี้การจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีผู้เสียหายซึ่งถูกหลอกลวงผ่านสื่อโซเซียล โดยวิธีการของผู้ก่อเหตุได้ปลอมตัวเข้ามาหลอกเหยื่อ โดยมีการปลอมเฟซบุ๊ค หรือสื่อโซเซียลอื่นๆ เข้ามาหลอกพูดคุยกับเหยื่อ สร้างความสนิทสนม หลอกให้เหยื่อไว้ใจ จากนั้นจึงได้ทำการหลอกให้เหยื่อโอนเงินให้ โดยออกอุบายต่างๆ เพื่อให้เหยื่อเชื่อ จากนั้นก็จะให้เหยื่อโอนเงินเข้าไปยังบัญชีธนาคารที่เตรียมไว้ โดยบัญชีธนาคารบางบัญชีผู้ก่อเหตุ ได้ว่าจ้าง หรือหลอกให้ผู้อื่นเปิดบัญชีให้

ต่อมาวันที่ 24 พฤษภาคม 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. จึงได้สืบสวนติดตามจนกระทั่งสืบทราบว่ามีกลุ่มผู้เปิดบัญชีธนาคารให้กับผู้ก่อเหตุ และศาลได้อนุมัติหมายจับแล้ว ได้หลบหนีมาอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จึงได้ทำการสืบสวนและสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 3 ราย คือ 1.นายทศพล ศิริปรุ อายุ 35 ปี 2.น.ส.ศศิธร นวลแก้ว อายุ 23 ปี 3.นายนิรันดร เทียนภาวร อายุ 20 ปี ได้ในพื้นที่ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต

โดยจากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่า เป็นเจ้าของบัญชีที่รับโอนเงินจากผู้เสียหายจริง แต่ไม่มีส่วนรู้เห็นในการหลอกลวงผู้เสียหาย เป็นเพียงแต่ผู้รับจ้างเปิดบัญชี โดยได้รับค่าจ้างคนละ 500-1000 บาท เท่านั้น ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สืบสวนติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปอย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ฯได้แจ้งเพิ่มเติมเพื่อเตือนภัยว่า หากมีผู้ใดมาว่าจ้างให้เปิดบัญชีธนาคาร หรือมาขอยืมใช้บัญชีธนาคารของท่าน ให้ท่านปฏิเสธโดยทันที อย่าหลงเชื่อเด็ดขาด เพราะการรับจ้างเปิดบัญชีธนาคาร เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และผู้ที่ว่าจ้างอาจนำบัญชีธนาคารที่ท่านเปิดให้ ไปใช้ในการกระทำผิดต่างๆได้ โดยเฉพาะในช่วงระบาดของโควิด-19 ปัจจุบันนี้ ทำให้กลุ่มมิจฉาชีพมาเสนอให้เปิดบัญชีให้โดยให้เป็นค่าจ้างในการเปิดบัญชีเป็นการจูงใจ ซึ่งขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อและเห็นแก่ค่าตอบแทนเล็กๆน้อย จนอาจตกเป็นผู้ต้องหาได้