เจ้าหน้าที่ ศวทม.ตอนบน ร่วมกับ เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลราไวย์ นำไข่เต่าตนุขึ้นมาจากหลุมบริเวณชายหาดแหลมไผ่ หลังจากถูกคลื่นขนาดใหญ่ซัด

เจ้าหน้าที่ ศวทม.ตอนบน ร่วมกับ เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลราไวย์นำไข่เต่าตนุขึ้นมาจากหลุมบริเวณชายหาดแหลมไผ่ หลังจากถูกคลื่นขนาดใหญ่อันเป็นผลมาจากอิทธิพลพายุไซโคลนยาอาส ซัดแนวกั้นหลุมไข่เต่าจนพังเสียหาย และมีน้ำทะเลไหลท่วมหลุมไข่เต่า โดยขุดพบไข่ทั้งหมด 108 ฟอง เป็นไข่ดี 83 ฟอง จึงนำไปอนุบาลต่อ

วันที่ 26 พฤษภาคม 2564 เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน หรือ ศวทม.ตอนบน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลราไวย์ และผู้เกี่ยวข้อง ได้ช่วยกันนำไข่เต่าตนุขึ้นมาจากหลุมบริเวณชายหาดแหลมไผ่ บ้านแหลมพรหมเทพ หมู่ที่ 6 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งแม่เต่าได้ขึ้นมาวางไข่ไว้เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา หลังจากถูกคลื่นขนาดใหญ่อันเป็นผลมาจากอิทธิพลพายุไซโคลนยาอาส ซัดแนวกั้นหลุมไข่เต่าจนพังเสียหาย และมีน้ำทะเลไหลท่วมหลุมไข่เต่า จนเกิดความเสียหายและยังมีแนวโน้มของคลื่นที่ยังพัดเข้าฟังอย่างต่อเนื่อง จึงต้องเร่งดำเนินการนำไข่เต่าทั้งหมดขึ้นมาจากหลุม เพราะหากปล่อยไว้เกิดการเน่าเสีย โดยขุดพบไข่ทั้งหมด 108 ฟอง เป็นไข่ดี 83 ฟอง ส่วนที่เหลือเน่ากับเป็นเชื้อรา โดยทางเจ้าหน้าที่ฯ จะนำไข่เต่าไปอนุบาลต่อที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ตนายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (26 พ.ค.64) ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ฯ ที่ดูแลบริเวณไข่เต่าว่ามีคลื่นลมแรงและพัดเข้ามายังฝั่ง อันเป็นผลมาจากพายุไซโคลน จนสร้างความเสียหายให้กับแนวกั้นหลุมไข่เต่าและมีน้ำทะเลท่วมหลุมไข่เต่าด้วย จึงได้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน ทราบและมาประเมินสถานการณ์ พบว่า  หากปล่อยไว้จะทำให้ไข่เต่าทั้งหมดเน่าเสียได้ จึงได้ทำการขุดเพื่อนำไปอนุบาล โดยพบมีไข่เต่าทั้งหมด 108 ฟอง เป็นไข่ดีที่สามารถนำไปอนุบาลต่อได้ 83 ใบ ส่วนที่เหลือเป็นไข่เน่าและมีเชื้อรา  โดยคาดว่าไข่ที่เหลือดังกล่าวจะฟักเป็นลุกเต่าในอีกประมาณ 10-15 วันข้างหน้า