ภูเก็ตประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 38/2564 หารือผ่อนคลายการเปิด-ปิดสถานที่

ภูเก็ตประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 38/2564 หารือผ่อนคลายการเปิด-ปิดสถานที่ และกำหนดมาตรการตรวจคัดกรองการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ต ตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารคอซิมบี้ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 38/2564 โดยมีคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตรวม 23 คน เข้าร่วมทั้งนี้ที่ประชุมได้ร่วมหารือในประเด็นที่สำคัญดังนี้

มาตรการคัดกรองผู้เดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ตที่ประชุมมีมติ  ยังคงมาตรการการงดหรือหลีกเลี่ยงการเดินทาง ปิดช่องทางบก ด่านตรวจท่าฉัตรไชย ช่องทางน้ำ ท่าเรือ ทุกท่าในจังหวัดภูเก็ต ห้ามบุคคลและยานพาหนะ ทุกประเภทเข้าจังหวัดภูเก็ต เว้นแต่

(1) เป็นบุคคลที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ครบ 2 เข็มหรือมีเอกสารผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธีการ RT-PCR หรือวิธีการ Antigen Rapid Test จากเดิมภายใน 72 ชั่วโมง นั้น

ที่ประชุมได้มีมติ ให้ใช้ผลตรวจไม่เกิน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับการตรวจแต่หากไม่มีเอกสารดังกล่าวข้างต้นให้เข้ารับการกักตัวเป็นระยะเวลา 14 วันเช่นเดิม สำหรับเด็กที่อายุไม่เกิน 5 ปี เดินทางมากับผู้ปกครองไม่ต้องมีผลตรวจโควิด 19

ในส่วนของมาตรการการเดินทางเข้ามาในจังหวัดภูเก็ตของท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ได้กำหนดให้เป็นบุคคลที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด – 19 ครบ 2 เข็มและได้มีการผ่อนคลาย เอกสารผลการตรวจหาเชื้อโควิด – 19 ด้วยวิธีการ RT-PCR หรือวิธีการ Antigen Rapid Test ภายใน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทางเป็นใช้ผลตรวจไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับการตรวจ  สำหรับเด็ก อายุ ไม่เกิน 5 ปี  เดินทางมากับผู้ปกครองไม่ต้องมีผลตรวจ covid-19

จากนั้น ที่ประชุมได้ร่วมหารือ ร่างคำสั่งจังหวัดภูเก็ต เรื่อง มาตรการผ่อนคลายปิดสถานที่ และกำหนดมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ยกเลิกคำสั่งที่ 2553/2564 ลว 12 พฤษภาคม 2564 คำสั่งที่ 2617/2564 ลว 14 พฤษภาคม 2564 คำสั่งที่ 2645/2564 ลว 17 พฤษภาคม 2564 และคำสั่งที่ 2646/2564 ลว 17 พฤษภาคม 2564)โดยที่ประชุมมีมติ ในสาระสำคัญดังนี้

-ให้ โรงเรียนและสถานศึกษาในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ เลื่อนการเปิดภาคเรียนที่ 1/2564 เป็นวันที่ 14 มิถุนายน 2564

– ให้สถานประกอบกิจการสปา กิจการนวดเพื่อสุขภาพกิจการนวดเพื่อเสริมความงามเปิดให้บริการได้

– สถานที่หรือสำนักบริการสักผิวหนังหรือเจาะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายพยากรณ์ดวงชะตา  พิธีสะเดาะเคราะห์เสริมดวงบูชาครูองค์เทพองค์พระหรือกิจกรรมอื่น ๆ ในทำนองเดียวกันให้เปิดบริการได้

– ศูนย์พระเครื่องพระบูชาแผงพระเครื่องพระบูชาหรือสนามพระเครื่องพระบูชาเปิดให้บริการได้

– สถานที่ให้บริการบ่อตกกุ้งหรือบ่อตกปลาเปิดให้บริการได้

– สถานประกอบการสำหรับกิจการหรือธุรกิจนำเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่องและการจัดกิจกรรมดำน้ำ ผิวน้ำและดำเนินธุรกิจดำน้ำลึกเปิดบริการได้

– ตลาด ถนนคนเดิน ตลาดนัดร้านค้าปลีกค้าส่งชุมชน ให้เปิดบริการได้ โดยห้ามการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้าน

– สถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนทุกแห่งในจังหวัดภูเก็ต สถานสงเคราะห์เด็กเอกชนและสถานแรกรับเด็กเอกชนสามารถเปิดให้บริการได้

– ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มให้บริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มในร้านได้ภายในกำหนดเวลา

– สนามกีฬาหรือสถานที่เพื่อการออกกำลังกายกลางแจ้ง สวนสาธารณะลานพื้นที่กิจกรรมสาธารณะโล่งแจ้งสามารถเปิดให้บริการได้ โดยต้องไม่มีผู้ชมหรือชุมนุมกัน

– สถานที่หรือสนามออกกำลังกายในร่มเช่นโรงยิมฟิตเนสแบดมินตันเปิดให้บริการได้

-สนามกอล์ฟหรือสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ เปิดให้บริการได้โดยต้องไม่มีผู้ชมมาชุมนุมหรือเป็นการแข่งขัน

– คลินิกเสริมความงามสถาบันร้านหรือสถานที่ที่ให้บริการเฉพาะเสริมความงาม ร้านทำเล็บ ลดความอ้วนให้เปิดดำเนินการได้

– ร้านเสริมสวยร้านตัดและตกแต่งทรงผมสำหรับบุรุษและสตรีให้เปิดได้เฉพาะกิจกรรมตัด ซอยผม แต่งผม

– สถานที่ให้บริการดูแลสัตว์สปา อาบน้ำ ตัดขน รับเลี้ยงหรือรับฝากสัตว์ให้เปิดบริการได้โดยทุกประเภทกิจการที่ผ่อนคลายให้เปิดดำเนินการได้จะต้องดำเนินการตามข้อกำหนดมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้  ทางจังหวัดฯจะเร่งดำเนินการจัดทำคำสั่ง ทั้ง 2  คำสั่งโดยเร็วและคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ ในวันที่ 1 มิถุนายน 2564  เป็นต้นไป