ตามตัวกันวุ่น! นักท่องเที่ยวหายออกจากโรงแรม จนท. เร่งตามตัวกลับมาครบหมด

ตามหาตัวกันวุ่น นักท่องเที่ยวแหกกฎหายออกจากโรงแรม สุดท้ายพากลับเข้าระบบ มีทั้งกลับบ้านเพราะคิดถึงลูกเมีย – ป่วยอัลไซเมอร์ จำโรงแรมที่พักไม่ได้ และ มีเหตุต้องกลับประเทศด่วน

ที่ ห้องประชุมคอซิมบี้ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง แถลงข่าวกับสื่อมวลชนถึงผลการดำเนินการโครงการ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ที่เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยมีการกล่าวถึงการปฏิบัติตัวของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาตามโครงการ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ว่าสิ่งหนึ่งที่หลายคนเป็นห่วงคือการไม่ปฏิบัติตามมาตรการ ของนักท่องเที่ยวบางคนที่อาจจะหนีออกจากโรงแรมที่พักก่อนระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวก็เกิดขึ้นจริงโดยตั้งแต่วันที่ 1 – 5 ก.ค.ที่ผ่านมาพบว่ามีนักท่องเที่ยวไม่ปฏิบัติตามกฎแล้วจำนวน 3 คน โดยคนแรกเป็นนักท่องเที่ยวที่เข้าพักโรงแรม แต่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องเดินทางกลับประเทศก่อนที่จะครบกำหนดตามที่แจ้งจองห้องพักไว้ รายที่ 2 เป็นนักท่องเที่ยวที่มีบ้านอยู่ภูเก็ต โดยนักท่องเที่ยวไม่เปิดแชร์โลเคชันตั้งแต่อยู่สนามบิน และไม่เข้าโรงแรมตามที่จองไว้ ทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากทางโรงแรมทั้ง 2 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบจนพบตัวและทำความเข้าใจนำกลับเข้าสู่ระบบ ส่วนนักท่องเที่ยวที่มีเหตุจำเป็นต้องเดินทางกลับประเทศก็ได้อนุญาตให้เดินทางกลับออกไป

ส่วนอีกรายเป็นนักท่องเที่ยวที่เข้าพักโรงแรมในพื้นที่ ถลาง ทางเจ้าหน้าที่ ได้รับแจ้งจากทางโรงแรม ว่านักท่องเที่ยวชายอายุ 83 ปี หายออกจากโรงแรมที่พัก โดยไม่นำโทรศัพท์มือถือ และ หนังสือเดินทางไปด้วย โดยนำไปเฉพาะกระเป๋าเงิน ซึ่งหลังรับแจ้งทางเจ้าหน้าที่ได้ออกติดตามตัวจนพบ โดยไปพบที่บริเวณห้างสรรพสินค้าแห่ง หนึ่งในเวลา 04.30 น. ในพื้นที่ ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดย นักท่องเที่ยวคนดังกล่าวจำโรงแรมที่พักไม่ได้ว่าพักที่ใหนและมีอาการหิวเนื่องจากไม่ได้ทานอะไร ทางสายตรวจ สภ.วิชิต จึงได้ไปซื้ออาหารและน้ำให้ ดื่ม พร้อมประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจนทราบจ้อมูลและประสานรถโรงแรมมารับตัวกลับเรียบร้อย

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.ภรศักดิ์ นวนหนู ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ในส่วนของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยปฏิบัติได้มีการดำเนินการตรวจสอบทันทีหลังจากได้รับการแจ้งจากทางโรงแรม ซึ่งการตรวจสอบนักท่องเที่ยวว่าปฏิบัติตามมาตรการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ หรือไม่นั้น ทางโรงแรมจะเป็นคนตรวจสอบ หากพบว่ามีนักท่องเที่ยวหายไป หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรการก็จะจะแจ้งมาที่ศูนย์ 191 หลังจากรับแจ้งก็จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกไปดำเนินการ ซึ่งการตรวจสอบนั้นจะประสานไปทุกหน่วยทั้งสนามบิน ด่านท่าฉัตรไช และตรวจสอบจากแอป “หมอชนะ” ซึ่งทำให้เราทราบว่านักท่อเที่ยวไปอยู่ที่ไหน หลังจากนั้นก็จะไปพานักท่องเที่ยวกลับเข้มาสู่ระบบ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เข้าใจดี

ขณะที่ พ.ต.อ.ธเนศ สุขชัย ผู้กำกับการตำรวจด่านตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ต กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนที่จะต้องนำมาถอด เพราะเหตุการณ์แบบนี้ย่อมเกิดขึ้นได้ แต่ในทางปฏิบัติทางเจ้าหน้าที่สามารถติดตามได้ทั้งหมด และพยายามทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวทุกคนเพื่อให้ปฏิบัติตามกฎที่กำหนดไว้ และจะต้องอยู่ในภูเก็ตจนครบ 14 คืน จนถึงขณะนี้เรายังไม่พบว่ามีนักท่องเที่ยวหนีออกจากจังหวัดภูเก็ตเพื่อเดินทางไปที่อื่นขณะที่ นายประชา อัศวธีระ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ภาคใต้สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กล่าวว่า ในส่วนของแอปหมอชนะ ที่นักท่องเที่ยวต้องโหลดนั้นจะสามารถบอกตำแหน่งของนักท่องเที่ยวได้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเปิดแอปให้ติดตามตัว ยกเว้นในกรณีของรายที่เดินทางกลับไปบ้านพัก ซึ่งรายนี้ปิดแอปตั้งแต่อยู่สนามบิน และมาเปิดอีกครั้งเมื่อไปถึงบ้านในพื้นที่ราไวย์ ทำให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบได้ ส่วนรายที่เป็นชายสูงอายุนั้นพบว่าลืมโทรศัพท์ไว้ที่ห้องพัก ส่วนรายอื่นๆจนถึงขณะนี้ยังไม่มีปัญหาอะไร ส่วนกรณีหลายคนเป็นห่วงว่าจะมีนักท่องเที่ยวออกจากภูเก็ตก่อนกำหนด 14 คืน ในส่วนของทางบก ทางเรือ ทางบก ทุกคนที่จะออกไปจะต้องสแกนแอปหมอชนะ ทุกครั้ง ถ้าอยู่ไม่ครบแอปก็จะโชว์ข้อมูลทันที เชื่อว่าจุดนี้ไม่น่าเป็นห่วง