จังหวัดภูเก็ต เน้นย้ำมาตรการยกระดับการคัดกรองการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ต เริ่ม 15-31 กรกฎาคม นี้

จังหวัดภูเก็ต เน้นย้ำมาตรการยกระดับการคัดกรองการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ต เริ่ม 15-31 กรกฎาคม นี้ พร้อมยังคงเข้มงวดการปฏิบัติการตามมาตรการควบคุม ป้องกัน การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่อย่างเคร่งครัดทุกรูปแบบที่ ศูนย์ปฏิบัติการ Phuket Sandbox หรือศูนย์แจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นายปิยะพงษ์ ชูวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายแพทย์กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต พ.ต.อ.อกนิษฐ์ ด่านพิทักษ์ศาสตร์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต นายประชา อัศวธีระ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ภาคใต้ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ดร.ชยานนท์ ภู่เจริญ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบัณฑิตศึกษา คณะการบริการและการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ร่วมออกรายการ ผู้ว่าฯภูเก็ต รายงานประชาชน ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ร่วมถึงมาตรการยกระดับการคัดกรองการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ต และผลการดำเนินงาน Phuket sandboxนายแพทย์กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วงสัปดาห์นี้ มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย เป็นเพศหญิงวัย 57 ปี มีโรคประจำตัวและอีกรายเป็นผู้ป่วยติดเตียงมีอายุ 92 ปี มีอาการติดเชื้อที่ปอดอย่างรุนแรง ส่วนผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่เมื่อวานนี้ (วันที่ 13 กรกฎาคม 2564) มี 2 ราย เป็นชายไทยที่เดินทางมาจากรุงเทพฯ 1 ราย และจากกลุ่มนักท่องเที่ยว Phuket sandbox 1 ราย โดยนักท่องเที่ยวจากกกลุ่ม Phuket sandbox พบผู้ติดเชื้อรวม 7 ราย เป็นชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรต์ 1 ราย แอฟริกาใต้ 2 ราย เมียนมา 3 ราย และชาวสวิดเซอร์แลนด์ 1 ราย ซึ่งเป็นการตรวจพบครั้งแรก 1 รายและอีก 6 รายเป็นการตรวจพบครั้งที่ 2 ที่อยู่ในจังหวัดภูเก็ตแล้ว 6 วัน แต่อย่างไรก็ตาม กระบวนการทางการแพทย์โดยทีมสอบสวนโรคได้ดำเนินการอย่างละเอียดและรัดกุม ประชาชนสมารถเชื่อมั่นถึงมาตรการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโรคที่ดำเนินการได้เป็นอย่างดี และสถานการณ์การตรวจพบผู้ติดเชื้อจากกลุ่ม Phuket sandbox ถือว่าอยู่ในสถานการณ์ปกติ ที่สามารถพบผู้ติดเชื้อได้แม้นักท่องเที่ยวเหล่านั้นจะฉีดวัคซีนมาแล้วก็ตาม ซึ่งถือว่าเป็นไปตามคาดการณ์และเป็นการดำเนินการตามแนวทางที่วางไว้เป็นอย่างดีจึงมั่นใจว่าสามารถควบคุมได้อย่างแน่นอน ส่วนการเดินทางกลับของกลุ่มนักท่องเที่ยวนั้นเกิดจากความสมัครใจของนักท่องเที่ยว ที่สามารถเดินทางออกนอกประเทศไทยทันทีโดยไม่ต้องพักครบกำหนด 14 วันด้าน พ.ต.อ.อกนิษฐ์ ด่านพิทักษ์ศาสตร์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงมาตรการการยกระดับการคัดกรองการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ต ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ว่า ตามที่จังหวัดภูเก็ตได้มีคำสั่งยกระดับมาตรการการคัดกรองการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ต ที่จะเข้มข้นเพิ่มมากขึ้นจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม นี้ ซึ่งมาตรการดังกล่าวนอกเหนือจากมาตรการเดิมที่มีการคุมเข้มการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ตแล้ว จะยกระดับคุมเข้มในการคัดกรองบุคคลที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด และมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุด 24 จังหวัด รวม 34 จังหวัด จะต้องปฏิบัติตามมาตรการในการคัดกรองการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ตอย่างเข้มงวด ซึ่งผู้ที่จะเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ตได้จะต้อง ปฏิบัติตามมาตรการคือ การได้รับวัคซีนครบโดสตามมาตรฐานของชนิดวัคซีน หรือหากเป็นวัคซีนชนิด AstraZeneca จะต้องได้รับมาแล้ว 1 เข็มอย่างน้อย 14 วัน พร้อมกับจะต้องมีผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ไม่เกิน 7 วัน จึงจะสามารถเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ตได้

นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่เดินทางจากพื้นที่อื่น 43 จังหวัด ยังคงดำเนินการตามมาตรการเดิมคือ จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบโดสตามมาตรฐานของชนิดวัคซีน หรือตรวจหาเชื้อโควิด-19 ไม่เกิน 7 วัน หรือเป็นผู้ป่วยรักษาหายจากโรคโควิด-19 ไม่เกิน 90 วัน ซึ่งทั้งหมดเป็นมาตรการเข้มในการควบคุม ป้องกัน การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เป็นการป้องกันเชื้อจากภายนอก

พร้อมกันนี้ ได้มีการประสานอย่างจุดตรวจ จุดบริการประชาชน ในพื้นที่ต่างๆในแต่ละจังหวัด ถึงมาตรการการยกระดับการคัดกรองบุคคลเข้าจังหวัดภูเก็ต เพื่อให้ช่วยแนะนำประชาชนในการเตรียมความพร้อมก่อนการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ต เนื่องจากทางจังหวัดภูเก็ตไม่มีการจัดทีมอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการบริการตรวจหาเชื้อซึ่งเมื่อมาถึงหน้าด่านหากไม่เป็นไปตามมาตรการที่กำหนดไว้ ประชาชนจะไม่สามารถเดินทางเข้าพื้นที่จังหวัดภูเก็ตได้อย่างเด็ดขาด จึงขอความร่วมมือประชาชนในการปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด เพื่อความสะดวกของประชาชน ตั้งแต่วันที่ 15-31 กรกฎาคม นี้