รวบบ่อนการพนันในโรงแรมหรู มีนักการเมืองท้องถิ่น ระดับ สท. ร่วมด้วย

กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ร่วมกับ ชุดสืบสวนเมืองภูเก็ตจับบ่อนการพนันในโรงแรมหรู รวบนักพนันชายหญิง 28 คนแหกกฎโควิด-19 ทราบว่า มีนักการเมืองท้องถิ่นระดับ สท.ร่วมอยู่ด้วย 1 คน

เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. นำโดย พ.ต.ต.พิทยา ธนาวุฒิ สว.กก.5 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ.เมืองภูเก็ต ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ภรศักดิ์ นวนหนู ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.อกนิษฐ ด่านพิทักษ์ศาสน์ พ.ต.อ.ธีรวัฒน์ เลี่ยมสุวรรณ นำโดย พ.ต.ท.สาธิต หนูฤทธิ์ รองผกก.สส.สภ.เมืองภูเก็ต พ.ต.ต.ทัพไทย ลีลานนท์ สว.สส.สภ.เมืองภูเก็ต และเจ้าชุดสืบสวนสภ.เมืองภูเก็ต เข้าตรวจสอบภายในโรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาและติดริมทะเล ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต

สำหรับการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้รับข้อมูลจากสายลับ ว่า ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต มีการลักลอบเล่นการพนันประเภทไพ่เสือมังกร พนันเอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป.จึงได้ประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่สืบสวนสภ.เมืองภูเก็ต ปรากฏพบข้อมูลตรงกันกับเจ้าหน้าที่สืบสวน สภ.เมืองภูเก็ตว่าเคยได้รับการร้องเรียนว่า มีการลักลอบเล่นการพนันที่โรงแรมดังกล่าว และได้ดำเนินการตรวจสอบที่โรงแรมดังกล่าวเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.64 แต่ไม่พบ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ร่วมกันนำกำลังเข้าไปตรวจสอบ และเมื่อไปถึงสถานที่ดังกล่าวจึงได้ทำการซุ่มดูเฝ้าสังเกตการณ์ ปรากฎพบมีบุคคลเดินเข้าออกห้องพักเลขที่ดังกล่าวมากผิดปกติจากห้องพักห้องอื่นๆของโรงแรม และเมื่อมองลอดเข้าไปในช่องประตูและหน้าต่างของห้องพักพบว่า มีกลุ่มนักพนันลักลอบเล่นการพนันกันอยู่จำนวนหลายคน โดยนั่งอยู่ใกล้ชิดกัน และมีการไม่สวมใส่หน้ากากอนามัย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเข้าทำการจับกุม ผู้ลักลอบเล่นการพนัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 28 ราย พร้อมด้วยของกลางประมาณ 77 รายการ มายังสภ.เมืองภูเก็ต เบื้องต้นมีรายงานว่า มีนักการเมืองถิ่นระดับสท.ร่วมอยู่ด้วย 1 คน โดยภายในห้องมีโต๊ะเล่นการพนันโต๊ะใหญ่ 1 โต๊ะ และโต๊ะเล็กอีก 2 โต๊ะ

พ.ต.อ.ธีรวัฒน์ เลี่ยมสุวรรณ ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต เปิดเผยว่า ก่อนที่จะมีการจับในครั้งนี้ เมื่อประมาณปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการลักลอบเล่นการพนันในโรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาและมีบางส่วนติดทะเล ในพื้นที่ ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต ซึ่งในช่วงดังกล่าวโรงแรมยังไม่เปิดให้บริการ จึงได้ทำบันทึกให้ รองผกก.สืบสวนลงตรวจสอบ พบว่า ยังปิดให้บริการและมีการซ่อมแซม ไม่พบการเล่นพนันตามรับแจ้ง จึงได้ทำบันทึกลับรายงานผู้บังคับคบการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตทราบ หลงจากนั้นก็ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับหน่วยเกี่ยวข้องในพื้นที่ กระทั่งได้รับแจ้งอีกครั้ง จึงร่วมกับตำรวจกองปราบปรามเข้าไปตรวจสอบ และพบว่ามีการลักลอบเล่นการพนันจริง สามารถจับนักพนันได้ 28 คน ซึ่งในจำนวนดังกล่าวตรวจสอบเบื้องต้นพบเป็นนักการเมืองท้องถิ่นด้วย 1 คน พร้อมของกลางหลายรายการ อาทิ โต๊ะที่ใช้เล่นการพนัน 3 โต๊ะ, ชิบแลกเงิน, เครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นต้นในเบื้องต้น แจ้งข้อกล่าวหา ผู้ต้องหาที่ 1  “เป็นเจ้ามือรับกินรับใช้การพนัน(ไพ่เสือมังกร)พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต ,ร่วมกันจัดให้มีการพนัน(ไพ่เสือมังกร)เพื่อเอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฎหมาย ,เป็นนายจ้างรับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงาน และ ร่วมกันชุมนุม หรือมั่วสุม(เล่นการพนัน) ณ ที่ใดๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกลักษณะ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตราย หรือโรคระบาดแพร่ออกไป”

ผู้ต้องหาที่ 2-6 กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันจัดให้มีการพนัน(ไพ่เสือมังกร)พนันเอาทรัพย์สินโดยผิดกฎหมาย และ ร่วมกันชุมนุม หรือมั่วสุม(เล่นการพนัน) ณ ที่ใดๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกลักษณะ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตราย หรือโรคระบาดแพร่ออกไป”

ผู้ต้องหาที่ 7-17 กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันจัดให้มีการพนัน(ไพ่เสือมังกร)เพื่อเอาทรัพย์สินโดยผิดกฎหมาย , เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต , เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และ ร่วมกันชุมนุม หรือมั่วสุม(เล่นการพนัน) ณ ที่ใดๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกลักษณะ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตราย หรือโรคระบาดแพร่ออกไป”ผู้ต้องหาที่ 18-28 กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันเล่นการพนัน(ไพ่เสือมังกร)พนันเอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฎหมายและ ร่วมกันชุมนุม หรือมั่วสุม(เล่นการพนัน) ณ ที่ใดๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกลักษณะ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตราย หรือโรคระบาดแพร่ออกไป” พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.เมืองภูเก็ต เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป