ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ลงพื้นที่ดูการปฏิบัติกรณีนักท่องเที่ยวภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์

default

ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ลงพื้นที่ดูการปฏิบัติกรณีนักท่องเที่ยวภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ที่เดินทางไปท่องเที่ยวตามเกาะแก่งต่างๆ ในทะเลอาณาเขตของจังหวัดภูเก็ต พร้อมระบุ นักท่องเที่ยวไปทำกิจกรรมทางทะเลกว่า 2,000 คนพลเรือโทเชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้อำนวยการ ศรชล.ภาค 3 พร้อมด้วย พลเรือตรีสุรัชฎ์ ศิริวรรณนาวี รองผู้อำนวยการ ศรชล.ภาค 3 และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต, ตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ต, ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศท่าเรือภูเก็ต, ศุลกากรภูเก็ต, กองกำกับการ 8 กองบังคับการตำรวจน้ำภูเก็ต และ อบจ.ภูเก็ต มอบสิ่งของเพื่อเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ ซึ่งปฏิบัติงานบริเวณท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต โอกาสนี้ยังได้ตรวจเยี่ยมติดตามวิธีการปฏิบัติกรณีนักท่องเที่ยวภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ที่เดินทางไปท่องเที่ยวตามเกาะแก่งต่างๆ ในทะเลอาณาเขตของจังหวัดภูเก็ตด้วยพลเรือโทเชิงชาย กล่าวว่า ตามมาตรการ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” หากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาภายใต้โครงการดังกล่าว และต้องการทำกิจกรรมทางทะเลจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดต่างๆ โดยมีท่าเรือที่เข้าร่วมโครงการ เป็นท่าเรือโดยสาร จำนวน 3 ท่า ได้แก่ ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง, ท่าเทียบเรือรัษฎาและท่าเทียบเรืออ่าวปอ กับท่าเรือยอร์ช จำนวน 5 ท่า ได้แก่ ท่าเรือยอร์ชเฮเว่นมารีน่า, ท่าเรือยอร์ชอ่าวปอแกรนด์มารีน่า, ท่าเรือยอร์ชโบ๊ทลากูน, ท่าเรือยอร์ชภูเก็ตมารีน่าและท่าเรือมารีน่าอ่าวฉลอง โดยจะต้องแจ้งต่อเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต และ ศปก.ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ก่อนเดินทางไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง และนักท่องเที่ยวจะต้องแสดงการลงทะเบียนติดตามตัวโดยรายงานตัวผ่าน App หมอชนะ, เรือโดยสารจะต้องติดระบบแสดงตนอัตโนมัติและวิทยุสื่อสาร พร้อมเปิดใช้งานตลอดเวลา และเจ้าของเรือหรือผู้ควบคุมเรือต้องแจ้งเรือเข้าออกตามแบบรายงานศรชล.ภาค 3อย่างไรก็ตาม พลเรือโทเชิงชาย กล่าวด้วยว่า หลังจากที่จังหวัดภูเก็ตเปิดโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ตั้งแต่วันที่ 1-20 ก.ค.64 มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ตทั้งหมด 8,619 คน โดยเดินทางมาทำกิจกรรมทางทะเล จำนวน 2,358 คน และมีเรือเข้าออกจำนวน 503 ลำ ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวที่ทำกิจกรรมทางทะเลมีจำนวนมากขึ้นตาม