ภูเก็ตหารือติดตามสถานการณ์การท่องเที่ยวภูเก็ต หลังเปิดรับนักท่องเที่ยว “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ครบ 1 เดือน

รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา หารือร่วมกับจังหวัดภูเก็ต, ผู้แทนส่วนราชการ และผู้แทนภาคเอกชน เพื่อติดตามสถานการณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ภายหลังเปิดรับนักท่องเที่ยวภายใต้โครงการ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ครบ 1 เดือน และการเดินหน้าโครงการฯ หลังจังหวัดภูเก็ตมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องที่ ห้องประชุมคอซิมบี้ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประชุมหารือร่วมกับนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, ผู้แทนส่วนราชการ และผู้แทนภาคเอกชน เพื่อติดตามสถานการณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ภายหลังเปิดรับนักท่องเที่ยวภายใต้โครงการ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ครบ 1 เดือน และการเดินหน้าโครงการฯ หลังจังหวัดภูเก็ตมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระดับของประเทศ ตลอดจนการยกระดับจังหวัดภูเก็ตจากพื้นที่สีเขียวเป็นสีส้ม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ กล่าวภายหลังการรับฟังสถานการณ์และข้อเสนอจากภาคเอกชน ว่า จากการหารือร่วมกับทางส่วนราชการจังหวัดภูเก็ต หน่วยงานสังกัดกระทรวงท่องเที่ยวฯ ททท. และภาคเอกชน เพื่อวิเคราะห์ผลดีผลเสียของโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ซึ่งขณะนี้ผ่านมาแล้ว 1 เดือน เพื่อปรับปรุงแก้ไข โดยทุกอย่างขึ้นอยู่กับผู้ว่าฯ ภูเก็ต และคนภูเก็ตว่า จะเดินหน้าโครงการนี้ต่อไปหรือไม่ แต่ไม่มีคำว่าหยุด แม้จะมีตัวเลขผู้ติดเชื้อมากกว่า 90 สัปดาห์ แต่จะมีการบริหารจัดการอย่างไร โดยจังหวัดภูเก็ตได้มีการยกระดับมาตรการในการควบคุมโรค โดยเฉพาะการตรวจคัดกรองผู้ที่จะเดินทางเข้ามาในเกาะ ซึ่งได้มีการดำเนินการก่อนที่จะมีการประชุม ศบค.ชุดใหญ่แล้ว เช่น ลดการรวมทำกิจกรรมจาก 200 คน เหลือ 100 คน  เป็นต้น แต่เมื่อการปรับภูเก็ตเป็นพื้นที่สีส้มก็จะกระทบกับกิจกรรมบางอย่างของนักท่องเที่ยว เช่น การห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร แต่สามารถดื่มในที่พักได้, ห้ามมีการรวมตัวทำกิจกรรมเกิน 50 คน เป็นต้น จึงต้องมีการหารือเพื่อหาทางออกร่วมกัน โดยได้ข้อสรุป คือ ผู้ว่าฯ ภูเก็ต ขอดูสถานการณ์ 2 สัปดาห์ หลังจากมีการยกระดับคัดกรองผู้เดินทางเข้ามาในเกาะ ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร ส่วนตัวมั่นใจว่าภูเก็ตจะสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้“ในส่วนของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาภายใต้โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์นั้น จำนวนกว่า 14,000 คน มีผลการติดเชื้อโควิด-19 ไม่ถึง 1% ซึ่งถือว่าน้อยมาก ดังนั้นโครงการนี้จึงต้องเดินหน้าต่อไป แต่ทำอย่างไรให้คนภูเก็ตเกิดความสบายใจว่า ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เปิดแล้วกระตุ้นเศรษฐกิจของภูเก็ต แต่ไม่ได้ทำให้คนภูเก็ตกังวลจนเกินไป ฉะนั้นการขอวัคซีนโดสที่ 3 ให้คนภูเก็ต จำนวน 70% ของผู้ที่รับสองเข็มไปแล้ว หรือการขอวัคซีนสำหรับเด็กอายุ 12-18 ปี ขอจังหวัดภูเก็ตซึ่งมีประมาณ 58,000 คน ซึ่งตนและผู้ว่าฯ ได้นำเสนอในศบค.ชุดเล็กแล้ว และนายกรัฐมนตรีก็รับทราบแล้ว ซึ่งจะมีการนำไปพิจารณา ศบค.ใหญ่ต่อไป”นายพิพฒน์กล่าวนายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จากการเปิดโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ระหว่างวันที่ 1-31 กรกฎาคม 2564 เป็นระยะเวลา 1 เดือน  มีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาประมาณ 14,000 คนเศษ เฉลี่ยมีนักท่องเที่ยวเข้ามาประมาณ 400-450 คนต่อวัน เมื่อเทียบกับภาวะปกติจะมีนักท่องเที่ยวเข้าประมาณ 43,000 คนต่อวัน ฉะนั้นในช่วง 1 เดือนผ่านมามีนักท่องเที่ยวเข้ามาประมาณ 1% ของภาวะปกติ จากการประเมินของภาคเอกชนมองว่า เป็นการเริ่มต้นที่น่าสนใจ เพราะเราไม่ได้ต้องการให้นักท่องเที่ยวทะลักเข้ามา จนเกิดการความเสี่ยงขึ้น ดังนั้นการค่อยๆ เปิดจึงเป็นเรื่องสำคัญ หลังจากนี้จะเพิ่มเป็นสองหรือสาม เป็นสิบหรือยี่สิบอย่างไร ส่วนจะเดินต่อหรือไม่นั้น ขอเปรียบเปรียบแซนด์บ็อกซ์เป็น 1 ร้านค้า ซึ่งมีสามหุ้นส่วน ได้ราชการ เอกชนและประชาชน หากคุยกันและเห็นตรงกันว่าเดินต่อก็เปิดร้านต่อไป ส่วนจะมีการถอนหุ้นหรือไม่ก็ต้องมาคุยกันต่อ แต่ส่วนตัวเมองว่าขณะนี้เราเริ่มเห็นประโยชน์จากแซนด์บ็อกซ์ และเป็นจังหวัดเดียวของไทยที่เปิดรับนักท่องเที่ยวได้อยู่ แม้ว่าขณะนี้จะมีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น แต่เราก็อยู่ระหว่างการติดตามและประมวลผล ซึ่งคนภูเก็ตส่วนใหญ่พยายามช่วยกันประคับประคองให้โครงการเดินทางไปได้