วิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ผู้ว่าฯ ขอ 2 สัปดาห์ ลดตัวเลขผู้ติดเชื้อ

รัฐมนตรีว่าการท่องเที่ยวฯ หารือ ผู้ว่าฯ ภูเก็ต วิเคราะห์ข้อดีข้อเสียภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ผู้ว่าฯ ขอเวลาอีก 2 สัปดาห์ ลดตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ให้ลดลง งัดมาตรการเด็ดห้ามคนนอกเข้า-เคลียร์เชื้อภายใน มั่นใจตัวเลขลดลง ให้ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” เดินต่อไปได้

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประชุมหารือร่วมกับ นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” รวมไปถึงการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวให้จังหวัดภูเก็ต ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต

นายพิพัฒน์ รัฐกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า วันนี้เป็นการหารือร่วมกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต หน่วยงานต่างๆ ในกระทรวงการท่องเที่ยวเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภาคเอกชนในจังหวัดภูเก็ต เพื่อวิเคราะห์ถึงผลดีผลเสียในการเปิด “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” มาครบ 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1-31 ก.ค.64 ว่ามีข้อบกพร่องอะไรบ้างที่จะต้องปรับปรุงและแก้ไข ซึ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับจังหวัดภูเก็ตว่าจะเดินหน้าโครงการต่อไปอย่างไร แต่อย่างไรก็ตามโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ยังต้องเดินหน้าต่อไปรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวต่อว่า ขณะนี้การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยค่อนข้างที่จะสูง และในส่วนของจังหวัดภูเก็ต มีการแพร่ระบาด มีการพบผู้ป่วยติดเชื้อจากการตรวจเชิงรุกจำนวนมากพอสมควร และใกล้เคียงกับตัวเลขเงื่อนไขในการทบทวนโครงการ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ที่เคยประกาศไว้ว่าถ้ามีผู้ป่วย 90 คนต่อ 1 สัปดาห์ จะต้องมีการปรับมาตรการ ซึ่งขณะนี้ทางจังหวัดภูเก็ตโดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้มียกระดับการมาตรการเพื่อคุมเข้มการแพร่ระบาดของโรคในพื้นที่ ประกอบกับทาง ศบค.ได้ปรับให้จังหวัดภูเก็ตเป็นพื้นที่สีส้ม ซึ่งการปรับระดับดังกล่าวทำให้ในส่วนของจังหวัดภูเก็ตยังสามารถกินอาหารที่ร้านได้แต่ไม่สามารถดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ ส่วนการรวมตัวของคนเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ สามารถรวมตัวได้ไม่เกิน 50 คน ซึ่งจากมาตรการดังกล่าวทำให้ต้องมาหารือกันว่า ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์จะเดินต่ออย่างไร

อย่างไรก็ตาม จากการหารือร่วมกันได้ข้อสรุปว่า จะดูสถานการณ์ต่อไปอีก 2 สัปดาห์ ซึ่งจะต้องดูตัวเลขผู้ติดเชื้อว่าจะเพิ่มขึ้น หรือลดลง แต่ตนมั่นใจว่าจากมาตรการของทางจังหวัดภูเก็ตที่ออกมาเพื่อปิดล้อมจังหวัดภูเก็ต และจำกัดคนที่จะเข้ามาในพื้นที่ตามมาตรการที่จะใช้ในวันที่ 3 ส.ค.นี้ จะทำให้ยอดผู้ป่วยลดลงแบบเบ็ดเสร็จ ส่วนตัวเลขผู้ติดเชื้อของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาตามโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์พบว่า มีผู้ติดเชื้อไม่ถึง 1% ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่น้อยมาก และเราต้องเดินหน้าต่อไปภายใต้วิกฤตเศรษฐกิจแบบนี้ แต่เราจะทำอย่างไรให้คนในภูเก็ตทุกคนเกิดความสบายใจว่าภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เปิดแล้วเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต ภายใต้คนภูเก็ตต้องปลอดภัย ซึ่งตนและผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้เสนอขอวัคซีนเพื่อฉีดเข็มที่ 3 ให้คนในจังหวัดภูเก็ต เพื่อฉีดให้ได้ 70% รวมทั้งวัคซีนสำหรับเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ไปยัง ศบค.ชุดเล็กแล้ว ซึ่งเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีรับทราบแล้ว

ส่วนเรื่องการจัดกิจกรรมของจังหวัดภูเก็ตตั้งแต่เดือน ส.ค.เป็นต้นไปจนถึงปีหน้า ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องหารือร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อกำหนดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวทางด้านต่างๆ ซึ่งรัฐบาลมีความตั้งใจที่จะพัฒนา “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายไปทั่วโลกว่า “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ แม้ว่าการแพร่ระบาดโดยภาพรวมของประเทศจะอยู่ในสถานการณ์ที่รุนแรง ซึ่งขณะนี้โครงการดังกล่าวกำลังเป็นที่กล่าวขานไปทั่วโลกว่า รัฐบาลไทย จังหวัดภูเก็ต คนภูเก็ตสามารถเปิดโครงการ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ได้อย่างไร ในขณะที่ประเทศอื่นๆ พยายามที่จะเลียนแบบเราแต่ยังไม่สามารถทำได้ และการที่เราสามารถเปิด “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์”ได้ต้องยกความดีความชอบให้คนภูเก็ต ที่ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการเปิด “ภูเก็ตแซนบ็อกซ์”ด้าน นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สำหรับตัวเลขผู้ติดเชื้อในภูเก็ตในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ก.ค.เพิ่มสูงขึ้นมาก อยู่ที่ 185 คน ซึ่งในช่วงต้นเดือน ส.ค.นี้ คาดว่าจะอยู่ที่วันละประมาณ 30-50 ราย และแนวโน้มจะลดลงเรื่อยๆ จากการที่จังหวัดภูเก็ตได้เพิ่มมาตรการในการตรวจคัดกรองคนเดินทางเข้าเกาะภูเก็ตในระดับเข้มข้นสูงสุดทุกช่องทาง ให้เข้าได้เฉพาะ 12 กลุ่มที่มีคีวามจำเป็นเท่านั้น ที่เหลือจะไม่ให้เข้ามาในพื้นที่ เริ่มตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค.ไปจนถึงวันที่ 16 ส.ค. เป็นเวลา 14 วัน ซึ่งมั่นใจว่าหลังวันที่ 16 ส.ค.นี้ น่าจะเห็นตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงอย่างเห็นได้ชัด

เพราะนอกจากคนภายนอกจะเข้ามาไม่ได้แล้ว ในส่วนของการติดเชื้อภายในเองได้มีการดำเนินการในเชิงรุก มีการค้นหากลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงไปอยู่ในสถานที่กักตัว ตอนนี้ทางจังหวัดได้เช่าโรงแรมเพิ่มอีกกว่า 200 ห้อง และหากไม่พอก็จะเช่าเพิ่มอีก เพื่อไม่ให้กลุ่มเสี่ยงสูงไปแพร่เชื้อต่อ รวมไปถึงตรวจคัดกรองหาเชื้อในกลุ่มเสี่ยงและพื้นที่เสี่ยงอย่างเต็มกำลัง

“ขอเวลาแค่ 2 สัปดาห์ในการคลีนแอนด์เคลียร์ตัวเลขผู้ติดเชื้อในภูเก็ตไม่ให้สูงเกินกว่าที่กำหนดในภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ภายในวันที่ 16 ส.ค.นี้ สถานการณ์น่าจะดีขึ้น ซึ่งขณะนี้ภูเก็ตได้พยายามในการสื่อสารถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในคนภูเก็ต คนไทย และคนทั่วโลกได้รับทราบ” ผู้ว่าฯ ภูเก็ต กล่าวในที่สุด