เร่งหยุดโควิด-19 ในพื้นที่ภูเก็ต รักษา “แซนด์บ็อกซ์”

เร่งหยุดโควิด-19 ในพื้นที่ภูเก็ต รักษา “แซนด์บ็อกซ์” เตรียมพร้อมรับต่างชาติไฮซีซัน เผย 2 เดือนนักท่องเที่ยวเข้ากว่า 2.6 หมื่นคน

ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เดินทางฝ่าวิกฤตโควิด-19 ทั้งในภูเก็ตและประเทศไทยมาครบ 2 เดือนแล้ว ต่างชาติเข้ากว่า 26,000 คน ห้องพักโรงแรมถูกจองกว่า 4.7 แสนคืน ผู้ว่าฯ เผยเดินหน้าต่อ เร่งหยุดโควิด-19 ในพื้นที่ ให้ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ก้าวผ่านช่วงวิกฤตไปให้ได้ เพื่อเตรียมพร้อมรับต่างชาติไฮซีซันนี้โครงการ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” เป็นโครงการนำร่องเปิดเกาะภูเก็ตรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยว โดยไม่ต้องกักตัว ตามเงื่อนไขที่กำหนด ก่อนที่จะขยายไปยังพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ทั้งกระบี่ พังงา เกาะสมุย มาตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2564 เป็นต้นมา จนถึงวันนี้ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ได้เดินมาครบ 2 เดือนแล้วในวันที่ 31 ส.ค.นี้ ท่ามกลางวิกฤตการแพร่ระบาดอย่างหนักของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งในพื้นที่ภูเก็ต และประเทศไทย มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาภูเก็ตตามโครงการนี้กว่า 26,000 คน ซึ่งในจำนวนนี้พบมีการติดเชื้อ จำนวน 85 ราย มีการจองห้องพักโรงแรม Sha+ไปแล้ว จำนวน 471,471 คืน ทำให้มีรายได้จากการท่องเที่ยวเกิดขึ้นในภูเก็ตจำนวนหนึ่ง จากก่อนหน้านี้ที่รายได้จากการท่องเที่ยวเป็นศูนย์

นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผย “ผู้จัดการออนไลน์ภาคใต้” ถึงโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ที่เดินมาครบ 2 เดือนแล้ว ว่า หลังจากนี้โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ยังคงเดินหน้าเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามากระตุ้นท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของภูเก็ตต่อไป ซึ่งในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ถูกทดสอบจากปัญหาต่างๆ หนักมาก โดยเฉพาะในเดือนที่ 2 เดือน ส.ค.ที่ผ่านมา จังหวัดภูเก็ตต้องเผชิญกับปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างหนัก มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่องวันละ 100 กว่าคน จากที่ในช่วงที่เปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ใหม่การควบคุมเชื้อเป็นไปได้ดี และในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ขยับเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 200 กว่าคน และล่าสุด (1 ก.ย.) มีผู้ติดเชื้อ 206 คน แม้จะลดลงจากช่วงก่อนหน้านั้นบ้างแต่ยังสูงอยู่ ในขณะที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่องวันละ 200-300 คน

ทางจังหวัดภูเก็ตพยายามที่ทุกแนวทางที่จะลดการติดเชื้อภายในจังหวัดให้ลดลงอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ เพราะการติดเชื้อที่เกิดขึ้นจำนวนมากในขณะนี้ เป็นการติดเชื้อกันเองภายในหวัดภูเก็ต การติดเชื้อไปสู่นักท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยวมาสู่คนในภูเก็ตมีจำนวนที่น้อยมาก มีการจำกัดวงการแพร่ระบาดให้อยู่ในวงแคบที่สุด การตรวจหาเชื้อเชิงรุกในกลุ่มเสี่ยง ในพื้นที่เสี่ยง ชุมชนหนาแน่น จัดระเบียบและควบคุมแรงงานต่างด้าวในทุกกลุ่ม สกัดเชื้อจากภายนอก ให้มีการเคลื่อนย้ายคนจากภายนอกเข้าภูเก็ตน้อยที่สุด สร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ซึ่งขณะนี้มีการฉีดวัคซีนครบ 2 โดส ไปแล้วกว่าร้อยละ 70 และกำลังดำเนินการขอวัคซีนเข็มที่ 3 อีก 400,000 โดส มาฉีดให้คนภูเก็ต เพื่อสร้างความมั่นใจให้ทั้งคนภูเก็ตและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่จะเข้ามาท่องเที่ยวในภูเก็ต รวมไปถึงการดูแลคนยากไร้ที่ประสบปัญหาขาดรายได้จากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวต่อว่า ในส่วนของโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์นั้นหลังจากนี้จะมีการปรับในส่วนไหนอย่างไรบ้างนั้น ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ ศบค.ส่วนกลาง จะได้ประเมินว่ามาตรการต่างๆ ที่ได้ดำเนินการมานั้นมีจุดแข็งและจุดอ่อนในส่วนไหนอย่างไรที่ได้ดำเนินการมาในรอบ 2 เดือน ในช่วงเดือนที่ 3 น่าที่จะมีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ และในส่วนของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาหลังจากนี้ คิดว่าหากเราสามารถรักษาระดับตัวเลขท่องเที่ยวที่เข้ามาให้ได้ในระดับที่เป็นอยู่ในขณะนี้ได้อีก 1-2 เดือน เพื่อประคับประคองโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ให้ผ่านช่วงวิกฤตนี้ไปได้ จากปัญหาการแพร่ระบาดภายในจังหวัดและการแพร่ระบาดในระดับประเทศ ทำให้นักท่องเที่ยวชะลอการเดินทางเข้ามา เชื่อว่าในช่วงปลายปีนี้ หรือช่วงไฮซีซันของภูเก็ตจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมาภูเก็ตเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

“สิ่งที่เราต้องดำเนินการเพื่อให้ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ก้าวผ่านวิกฤตช่วงนี้ไปให้ได้ คือการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ภูเก็ตที่กำลังระบาดอย่างหนัก ซึ่งทางจังหวัดและหน่วยงานต่างๆ ได้ดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเต็มที่เพื่อหยุดการแพร่ระบาดในพื้นที่ภูเก็ตเพื่อความปลอดภัยของคนภูเก็ต และเพื่อให้ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ได้เดินต่อในการกระตุ้นท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของภูเก็ต” ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวในที่สุด