สั่งประกาศปิดพื้นที่โดยรอบการชุมชนไทยใหม่ (ชาวเล) บ้านสะปำ

ผู้ว่าฯ ภูเก็ต ลงนามในคำสั่งประกาศปิดพื้นที่โดยรอบการชุมชนไทยใหม่ (ชาวเล) บ้านสะปำ หมู่ที่ 3 ต.เกาะแก้ว อ.เมืองภูเก็ต เป็นเวลา 14 วัน ระหว่างวันที่ 4-18 กันยายน 2564 ตามมติของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 52/2564 เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2564 หลังพบผู้ติดเชื้อในชุมชน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยที่เป็นกลุ่มสีเขียว

สืบเนื่องมาจากการติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดและการตรวจเชิงรุกในชุมชนชาวไทยใหม่ หมู่ที่ 3 ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต และได้นำเข้ารับการกักกันตัว ณ ศูนย์ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ชุมชน (Community Isolation) ตำบลเกาะแก้ว ณ ศาลาบำเพ็ญกุศล วัดสะปำธรรมาราม ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินมาตรการควบคุมและจำกัดการเคลื่อนย้ายการเดินทาง และการรวมกลุ่มของบุคคลในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในพื้นที่แพร่ระบาดอย่างรัดกุม เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดในชุมซนไทยใหม่ดังกล่าวโดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ป่วยเป็นผู้ป่วยที่เป็นกลุ่มสีเขียวที่ไม่มีอาการทั้งนี้ให้ปิดพื้นที่รอบชุมชนไทยใหม่บ้านสะปำ ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรค โดยห้ามผู้ใดเข้าไปหรือออกจากพื้นที่ดังกล่าว เว้นแต่ยานพาหนะสำหรับการขนส่งสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภค แก๊สหุงต้ม น้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องมือแพทย์ ยานพาหนะกู้ชีพ กู้ภัย รถพยาบาล รถฉุกเฉินทางการแพทย์ รถที่ใช้สำหรับภารกิจของทางราชการ รถขนส่งพัสดุและสิ่งพิมพ์ ทั้งนี้ ผู้ได้รับการยกเว้นหรือผ่อนผันต้องปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อโดยเคร่งครัดกำหนดให้มีจุดตรวจคัดกรอง ประกอบด้วย บริเวณทางเข้าชุมชนไทยใหม่ ซอยเกาะแก้ว 6 มอบหมายให้องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะแก้ว, สถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต ชุดรักษาความปลอดภัยประจำตำบลเกาะแก้ว หมู่ที่ 3 และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ประกอบกำลังเป็นชุดปฏิบัติการประจำจุดตรวจคัดกรองดังกล่าวข้างต้น ควบคุมพื้นที่และเส้นทางเข้า-ออก เป็นผลัดตลอด 24 ชั่วโมง, ให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อพิจารณาตรวจคัดกรองบุคคลที่ผ่านจุดตรวจคัดกรองในส่วนของมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคนั้น ให้องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะแก้ว ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตและอำเภอเมืองภูเก็ต จัดบุคลากรเข้าไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 ตามมาตรการตรวจคัดกรองเชิงรุก โดยวิธีการ Antigen Test Kit (ATK) หรือ RT-PCR ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ชุมชนดังกล่าว หากพบผู้ใดมีอาการซึ่งเข้าข่ายที่ต้องเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จะต้องถูกส่งไปแยกกัก กักกัน หรือคุมไว้สังเกตอาการหรือเข้ารับการบำบัดรักษา ยังสถานที่ที่ทางราชการกำหนด, ให้องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะแก้ว จัดเตรียมสถานที่ วัสดุ อุปกรณ์สำหรับจุดตรวจคัดกรองและทำความสะอาด ฉีดพ่นฆ่าเชื้อโควิด – 19 สถานที่สาธารณะ ถนน และจัดหา ดูแล ช่วยเหลือด้านอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ชุมชนไทยใหม่ดังกล่าวด้วย หากผู้ใดไม่ปฏิบัติตามประกาศดังกล่าว อาจเป็นความผิดตามมาตรา 52ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558  และอาจได้รับโทษตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ