ปิดชุมชนชาวเลราไวย์ 14 วัน หน่วยงานต่างๆ มอบข้าวสาร และน้ำดื่มให้กับชาวเล

ผู้สื่อข่าวรายงาน นายพิเชษฐ์ ปาณะพงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, นายสมปราญช์ ปราบสงคราม นายอำเภอเมืองภูเก็ต, นายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่มอบข้าวสารและน้ำดื่มให้กับคนในชุมชนไทยใหม่ หรือชาวเลราไวย์ ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต  เป็นหนึ่งในชุมชนที่ตรวจพบผู้ติดเชื้อมากกว่า 100 ราย ส่งผลให้จังหวัดภูเก็ตมีคำสั่งปิดชุมชนเป็นเวลา 14 วัน  ระหว่างวันที่ 15-28 กันยายน 2564 เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ในพื้นที่ไม่ให้กระจายออกไปยังพื้นที่ใกล้เคียงตามรายชื่อที่ทางชุมชนได้จัดทำขึ้น เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในลำดับ และหลังจากนี้ก็จะมีการทยอยมอบอาหารแห้งและสิ่งของอุปโภคเพิ่มเติม เช่น ไข่ไก่ ปลากระป๋อง เป็นต้น เป็นระยะๆ จนกว่าจะครบกำหนด 14 วันนายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ กล่าวว่า ปัจจุบันชุมชนไทยใหม่ราไวย์ มีประชาชนอาศัยอยู่จำนวนประมาณ 300 ครัวเรือน มีประชากรทั้งสิ้นประมาณ 2,000 คน ซึ่งค่อนข้างเป็นชุมชนที่หนาแน่น ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมงเป็นหลัก ทำให้ชุมชนแห่งนี้เป็นแหล่งซื้อขายอาหารซีฟู๊ดที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดภูเก็ต การปิดหมู่บ้านนั้น เพื่อเป็นการควบคุมการแพร่ระบาดไม่ให้เชื้อหลุดออกไปยังพื้นที่ใกล้เคียง โดยในส่วนของผู้ติดเชื้อซึ่งมีการตรวจพบก่อนหน้านี้ได้ส่งตัวเขารักษาที่โรงพยาบาลสนาม และศูนย์ CI เป็นที่เรียบร้อย โดยจะมีบางส่วนที่รักษาหายก็กลับมากักตัวที่บ้านอีก 14 วัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว ขณะที่ด้านการรักษาความปลอดภัยจะมีได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง คอยดูแลทางเข้าออกของหมู่บ้านตลอด 24 ชั่วโมง และหลังจากนี้จะมีการสำรวจเร่งฉีดวัคซีนให้กับประชาชนกลุ่ม 608 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ลดการแพร่เชื้อภายในชุมชน  รวมทั้งการตรวจหาเชื้อเพิ่มเติมในส่วนของผู้ที่ยังไม่ได้รับการตรวจด้วยด้าน นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ในระหว่างการปิดหมู่บ้าน นั้น ขอให้พี่น้องอย่ากังวลเพราะจะมีหน่วยงานต่างๆ ทั้งอำเภอเมืองภูเก็ต เทศบาลตำบลราไวย์ และสาธารณสุข จะเข้ามาคัดกรองให้กับพี่น้องประชาชนทุกคน หากพบผู้ติดเชื้อก็นำตัวไปรักษา หากใครมีอาการขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทางเทศบาลฯ เพื่อรับตัวไปทำการตรวจหาเชื้อแล้วเข้าสู่กระบวนการรักษา ซึ่งทางจังหวัดได้มีการจัดเตรียมสถานที่ไว้พร้อมแล้ว ดังนั้นจึงขอความร่วมมือพี่น้องว่า ในช่วงระหว่างการปิดหมู่บ้านห้ามออกไปพบปะกับคนภายนอก และให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อให้เชื้อหมดไปโดยเร็ว และสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติต่อไป