ดีอีเอส เผยปี 64 จับมือตำรวจลงดาบมือโพสต์/แชร์ ข้อความเฟคนิวส์ แล้ว 57 ราย

ดีอีเอส เผยปี 64 จับมือตำรวจลงดาบมือโพสต์/แชร์ ข้อความเฟคนิวส์ ไปแล้ว 57 ราย พร้อมระบุพบสัญญาณบวกผลงานศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม แนวโน้มการแจ้งเบาะแสข้อความเฟคนิวส์เพิ่มแบบก้าวกระโดด แต่ยอดเข้าเกณฑ์ตรวจสอบและสัดส่วนข่าวปลอมลดลง

นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ปฏิบัติหน้าที่ผู้อํานวยการศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม พร้อมด้วย นายสันติภาพ เพิ่มมงคลทรัพย์ รองผู้อํานวยการศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม แถลงข่าวการจัดกิจกรรมสร้างการ รับรู้ เพื่อรู้เท่าทัน และรับมือกับข่าวปลอม ครั้งที่ 3” ณ จ.ภูเก็ต โดยมี นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นางบุษยา ใจเปี่ยม ประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ โรงแรม เซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท ภูเก็ต ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต

นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ปฏิบัติหน้าที่ผู้อํานวยการศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กล่าวว่า ภาพรวมการดําเนินงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เมื่อเปรียบเทียบการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2563 และปีงบประมาณ 2564 ที่จะสิ้นสุดในเดือน ก.ย. นี้ พบว่า มีจํานวนเบาะแสข้อความที่ต้องคัดกรองเพิ่มมากขึ้น แต่หลังการคัดกรองพบจํานวนข่าวที่ เข้าเกณฑ์ตรวจสอบลดลง ขณะที่เริ่มเห็นแนวโน้มข่าวปลอมและข่าวบิดเบือนลดสัดส่วนลง โดย สัดส่วนข่าวจริงสูงขึ้น

โดยในส่วนของข้อความข่าวที่คัดกรอง เมื่อปี 2563 มีข้อความข่าวที่คัดกรองเฉลี่ยต่อเดือน 1.6 ล้าน ข้อความ และปี 2564 มีจํานวนเฉลี่ยต่อเดือน 22 ล้านข้อความ ขณะที่ข้อความข่าวที่เข้าเกณฑ์นํามาตรวจสอบปีล่าสุดนี้ลดลง 8.65% จากปี 63  ทั้งนี้ หลังจากประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบแล้ว พบว่าสัดส่วนข่าวปลอมในปี 2564 ลดลง 26.43% ข่าวจริงเพิ่มขึ้น 28.66% และข่าวบิดเบือนลดลง 6.69%ขณะเดียวกัน กระทรวงดิจิทัลฯ ได้ทํางานร่วมกับหน่วยงานผู้บังคับใช้กฎหมาย ทั้งสํานักงานตํารวจแห่งชาติ โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม และความมั่นคง (ANSCOP) (ศตปค.ตร.) กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อ ดําเนินการตามกฎหมายต่อผู้กระทําความผิด โดยปี 2563 มีจํานวนคดีที่เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย 158 ราย ดําเนินคดีแล้ว 59 ราย และปีล่าสุดนี้ จํานวน 135 ราย ดําเนินคดีแล้ว 57 ราย

นางสาวอัจฉรินทร์ กล่าวว่า ในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ตั้งแต่ระลอกแรกถึงปัจจุบัน ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ได้มีส่วนร่วมในการดําเนินการจัดการข่าวปลอม เพื่อลดความตื่นตระหนกของประชาชน ตลอดจนสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง และสร้างความรู้เท่าทันข่าวปลอมให้กับประชาชน ผ่านช่องทางต่างๆ

โดยในช่วงเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 กระทรวงฯ ระหว่างวันที่ 25 ม.ค.63 – 31 ส.ค. 64 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม มีจํานวนข้อความที่ถูกคัดกรองกว่า 104 ล้านข้อความ พบเข้าหลักเกณฑ์และนําส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบ 10,283 ข้อความ และได้รับการประสานยืนยันจากหน่วยงานต่างๆ รวมเป็นข่าวจํานวน 5,348 เรื่อง สัดส่วนมากสุดอยู่ในหมวดสุขภาพ 55.60% ตามมาด้วยหมวดนโยบายรัฐ 41.20% และหมวดเศรษฐกิจ 3.20% และไม่พบหมวดภัย พิบัติที่เข้าข่ายเกี่ยวกับโควิด

ทางด้านสถานการณ์ข่าวปลอมในภาคใต้ พบสถิติข่าวปลอม/ข่าวบิดเบือนที่มีการแชร์สูงสุด 5 ลําดับแรกในรอบปี 2564 ดังนี้ 1. ภาคใต้พายุเข้าต่อเนื่อง ฝนตกหนัก และน้ําท่วม 2. น้ําท่วมบ้าน พรุ จ.สงขลา เปลี่ยนเป็นสีแดง 3.พายุโซนร้อนตู้เจวียน เข้าประเทศไทย 4.รายชื่อ 10 จังหวัด ล็อกดาวน์ ห้ามเดินทางเข้า-ออก และ 5. กระทรวงศึกษาธิการประกาศหยุดทุกโรงเรียน ตั้งแต่ วันที่ 29 มิ.ย. – 12 ก.ค. นี้

“เราต้องเร่งสร้างภูมิคุ้มกันจากการหลงเชื่อข่าวปลอมข่าวลวง และส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิด การสร้างการรับรู้ เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม ภารกิจกระทรวงฯ ที่สําคัญอีกทางคือการ สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีที่ปลอดภัยแก่ประชาชนและสังคม ประชาชนได้รู้จักวิธีตอบโต้ข่าวปลอม เน้นความรับผิดชอบต่อสังคมในการเผยแพร่และการแชร์ส่งต่อหรือ แบ่งปันข้อมูล ตลอดจนจะผลักดันให้เกิดการบรรจุเป็นหลักสูตรการรู้เท่าทันสื่อในโรงเรียนในการ รู้เท่าทันในข่าวปลอม อย่างมีวิจารณญาณไตร่ตรองก่อนการแชร์ต่อ” นางสาวอัจฉรินทร์ กล่าว