“พังโย” ได้กลับบ้านที่สุรินทร์แล้ว

“พังโย” ได้กลับบ้านที่สุรินทร์แล้ว หลังศาลฎีกาตัดสินให้เจ้าของชนะคดี เจ้าของเผยดีใจได้ช้างคืนและสุขภาพสมบูรณ์ ไม่เคยท้อแม้ตามหาและสู้คดีมาร่วม 18 ปี ให้ช้างเลิกทำงาน แต่จะนำไปสอนให้ความรู้เด็กและเยาวชน

จากกรณีที่นายวัน เรียงเงิน ผู้รับมอบอำนาจมาจากนายชอบ เรียงเงิน เจ้าของช้างพังโย ซึ่งถูกคนร้ายขโมยไปเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2546 เจ้าของได้ออกตามหามาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งทราบว่า พังโย ถูกมาขายให้ปางช้างแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ฉลอง จ.ภูเก็ต จึงได้นำเอกสารหลักฐานไปตรวจสอบที่ปางช้าง ซึ่งทางเจ้าของแจ้งว่าได้ซื้อมาอย่างถูกต้องในราคา 1.4 ล้านบาท จึงไม่ยินยอมที่จะคืนช้างเชือกดังกล่าวให้ ต่อมา ในปี 2561 ทางเจ้าของช้างได้ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดภูเก็ต ได้มีการต่อสู้กันมาถึงจนถึงศาลฎีกา จนเมื่อวันที่ (22 ก.ย.) ศาลได้นัดอ่านคำพิพากษา โดยตัดสินให้เจ้าของช้างชนะคดีและได้รับช้างคืนล่าสุด นายวัน เรียงเงิน ผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าของช้าง ได้เดินทางมายังสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดภูเก็ต เพื่อขอหนังสือรับรองในการนำช้าง “พังโย” เดินทางกลับจังหวัดสุรินทร์ หลังจากปศุสัตว์อำเภอเขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ ได้ออกหนังสือรับรองให้สามารถนำช้างเข้าไปยังพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ได้ และในวันเดียวกัน นายสัตวแพทย์ สุทัศน์ นิยมไทย ปศุสัตว์อำเภอเมืองภูเก็ต พร้อมด้วยนายสัตวแพทย์ วงศพัทธ์ จันไชยยศ หัวหน้ากลุ่มงานสุขภาพสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดภูเก็ต ได้เดินทางมาตรวจสุขภาพ พังโย ที่ปางช้างแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลฉลอง ปรากกฏว่า สุขภาพข้างแข็งแรงสมบูรณ์ดี พร้อมเดินทางได้ ก่อนที่นายวัน จะไปลงบันทึกปนะจำวันที่ สภ.ฉลอง ไว้เป็นหลักฐานในการนำช้างออกจากปางเดินทางไป จ.สุรินทร์ ในช่วงเย็นวันนี้

นายวัน เรียงเงิน กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่เห็นพังโย หรือตอนนี้ชื่อว่า “พังน้ำเพชร” มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ซึ่งแตกต่างจากที่เคยพบเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ที่อยู่ในสภาพทรุดโทรม ผอม เนื่องจากต้องทำงานหนัก แต่มาวันนี้พบว่าพังโย ดูดีขึ้นมาก เนื่องจากได้รับการดูแลเอาใจใส่จากปางที่รับฝากพังโยไว้ ซึ่งต้องขอขอบคุณทางปางข้างที่ดูแลเป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม หลังจากนำพังโยกลับไปยัง จ.สุรินทร์ ในวันนี้ เมื่อถึง จ.สุรินทร์ จะไม่ให้พังโย ทำงานแล้ว เนื่องจากอายุมากแล้วกว่า 70 ปี แต่จะนำพังโยไปไว้ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ที่ จ.สุรินทร์ เพื่อให้เป็นครูช้างในการสอนเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของข้าง เพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้และเห็นภาพจริงๆ

นายวัน ยังกล่าวต่อว่า ที่ต้องตามหาและต่อสู้เพื่อให้ได้พังโย กลับมานั้น เพราะรักและผูกพันเหมือนคนในครอบครัว รักเหมือนลูก ซึ่งช่วง 18 ปีที่ผ่านมาได้ตามหามาโดยตลอด ไม่เคยท้อ แม้ว่าจะหมดเงินไปจำนวนมากก็ตาม

ด้าน นายสัตวแพทย์สุทัศน์ นิยมไทย ปศุสัตว์อำเภอเมืองภูเก็ต กล่าวว่า จากการตรวจสุขภาพของพังโยในเบื้องต้น สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง พร้อมเดินทางไปจังหวัดสุรินทร์ได้ และจากตรวจสอบไมโครชิป ปรากฏว่า ถูกต้องตรงตามหมายเลขตั๋วช้าง ไม่มีปัญหาอะไรในการเดินทางกลับจังหวัดสุรินทร์ในช่วงเย็นวันนี้

อย่างไรก็ตาม ภายหลังดำเนินการด้านเอกสารหลักฐานต่างๆ แล้วเสร็จ ในช่วงเย็นวันนี้ นายวัน ได้เช่าเหมารถบรรทุกพร้อมควาญช้างมารับตัวพังโย ที่ปางข้างที่ได้รับฝากพังโย ไว้เดินทางกลับไปยัง จ.สุรินทร์ ทันที ด้วยความดีใจที่ได้ช้างคืน หลังจากตามหา และต่อสู้มายาวนานร่วม 18 ปี