รวบโจ๋วัย 25 ปี ขโมยไม้ด่างมูลค่ากว่า 1.5 ล้านบาท คาบ้านพัก

ชุดสืบสวน สภ.เมืองภูเก็ต ตามรวบโจ๋วัย 25 ปี ก่อเหตุขโมยไม้ด่างมูลค่ากว่า 1.5 ล้านบาทได้คาบ้านพัก ด้านเจ้าของต้นไม้มอบเงินรางวัลให้ตำรวจ 1 แสนบาท พร้อมขอบคุณที่สามารถจับกุมคนร้ายได้ เนื่องต้นไม้ดังกล่าวมีคุณค่าทางจิตเพราะเลี้ยงมาตั้งแต่ยังเล็กๆจากกรณี เมื่อวันที่ 14 ต.ค.64 นายสาธิต วานิชกุล อายุ 44 ปี เจ้าของต้นไม้ที่ถูกขโมยไป ได้เดินทางมาแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองภูเก็ต ซึ่งขณะที่ นายสาธิตฯ ผู้เสียหายกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ในบริเวณบ้านพักแถวซอยชุมชนแสนสุข อ.เมืองภูเก็ต พบว่า มีต้นกล้วยพันธุ์อินโด จำนวน 1 ต้น ซึ่งมีหน่อกำลังขึ้นอยู่ด้วย ราคาประมาณ 500,000 บาท 2.ต้นบอนพันธุ์หูช้างด่างขาว จำนวน 1 ต้น พร้อมหน่อพันธุ์จำนวนหนึ่ง ราคาประมาณ 1,000,000 บาท 3.ต้นบอนกระดาษด่างขาว จำนวน 1 ต้น 4.ต้นฟิโรหูช้างด่างขาว จำนวน 1 ต้น 5.หน่อต้นบอนนาไทยด่างจำนวน 1 ต้น 6.ต้นบอนดำลิปเปิ้ล จำนวน 1 ต้น 7.ต้นบอนอโรห้า จำนวน 1 ต้น 8.ต้นบอนไวท์ลาวา จำนวน 1 ต้น ได้หายไปจากบ้านและบริเวณดังกล่าวมีร่องรอยการรื้อถอนต้นไม้ดังกล่าวซึ่งไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดเป็นคนมาเอาไป จึงเข้าแจ้งความดังกล่าวกับ ร.ต.ท.วิโรจน์ พรประพฤติ รองสว.(สอบสวน) สภ.เมืองภูเก็ต หลังจากนั้นได้มีการโพสต์ทางเฟชบุคให้มีการแจ้งเบาะของคนร้ายโดยให้ รางวัลนำจับ 100,000 บาท ต่อมาทางชุดสืบสวนได้มีการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้หลังบ้านที่เกิดเหตุ พบว่า เมื่อวันที่ 14 ต.ค.เวลาประมาณ 02.00 น.ได้มีคนร้ายจำนวน 2 คนเดินวนเวียนอยู่บริเวณกำแพงหลังบ้านที่เกิดเหตุ จากนั้นคนร้ายทั้ง 2 คน ได้ช่วยกันยกตะกร้าซึ่งภายในคาดว่าเป็นต้นไม้ของผู้เสียหาย แล้วนำไปยกใส่รถจักรยานยนต์ 3 ล้อพ่วงข้าง ซึ่งจอดอยู่ห่างออกไปประมาณ 20 เมตร จากนั้นคนร้ายได้ขับขี่รถหลบหนีเข้าไปบริเวณภายในซอยชุมชนหาดแสนสุข ม.7 ต.รัษฎา โดยชุมชนหาดแสนสุขอยู่ห่างจากบ้านที่เกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร จนกระทั่งช่วงเย็นวันที่ 16 ต.ค.64 ชุดสืบสวนสภ.เมืองภูเก็ตได้สังเกตเห็นรถจักรยานยนต์พ่วงข้างคันก่อเหตุจอดอยู่บริเวณริมถนน หน้าบ้านเลขที่ 59/28 ชุมชนหาดแสนสุข ม.7 ต.รัษฎา จึงเชื่อว่า คนร้ายชายพักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว จึงนำกำลังไปตรวจสอบและสามารถจับกุม นายเชาวลิต บุตตะ อายุ 25 ปี บ้านอยู่ชุมชนหาดแสนสุข ม.7 ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต พร้อมของกลาง รถจักรยานยนต์สามล้อพ่วงข้างฮอนด้าเวฟ สีแดง ทะเบียน กพข 505 ภูเก็ต ต้นกล้วยสายพันธุ์อินโด 1 ต้น ต้นบอนกระดาษด่างขาว 1 ต้น ต้นฟิโรหูช้างด่างขาว 1 ต้น โดยสามารถจับกุมได้ที่ บ้านเลขที่ 59/28 ชุมชนหาดแสนสุข ม.7 ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต จึงควบคุมตัวมาสอบสวนเพิ่มที่ สภ.เมืองภูเก็ตจากการสอบถาม นายเชาวลิตผู้ต้องหา ยอมรับว่า ตนเองเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุลักต้นไม้ดังกล่าวจริง โดยตนได้ชักชวนนายวุฒิ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ซึ่งเป็นหลานชายร่วมก่อเหตุด้วย ซึ่งได้ขโมยต้นไม้ทั้งหมด 6 ต้น และได้เอาไปไว้ที่บ้าน 3 ต้น ส่วนอีก 3 ต้นไว้ในพุ่มหญ้าใกล้เคียงที่เกิดเหตุ แต่ไม่ได้กลับมาเอาต้นไม้อีก 3 ต้นหนึ่งในนั้นมีต้นบอนพันธุ์หูช้างด่างขาว จำนวน 1 ต้น พร้อมหน่อพันธุ์จำนวนหนึ่ง ราคาประมาณ 1,000,000 บาทรวมอยู่ด้วย และไม่ทราบว่ามีใครมาเอาไป โดยต้นไม้ที่ได้มา 3 ต้นจะนำไปปลูกต่อและจะนำไปขายต่อแต่มาถูกจับกุมเสียก่อนสำหรับความคืบหน้าล่าสุด ที่ ส่วนหน้าห้องปฎิบัติการสืบสวน สภ.เมืองภูเก็ต พ.ต.ต.ทัพไทย ลีลานนท์ สว.สส.สภ.เมืองภูเก็ต พร้อมด้วย ร.ต.อ.อนิรุทธิ์ ทองผึ้ง ร.ต.ท.สุทน ภักดี รองสว.สส.สภ.เมืองภูเก็ต ร่วมกันรับมอบเงินรางวัลนำจับ 100,000 บาท จาก นายสาธิต วานิชกุล อายุ 44 ปี เจ้าของต้นไม้พ.ต.ต.ทัพไทย ลีลานนท์ สว.สส.สภ.เมืองภูเก็ต กล่าวว่า หลังจากที่สามารถจับกุมคนร้ายได้แล้วมีการสอบปากคำคนร้ายเพื่อสอบถามถึงต้นบอนพันธุ์หูช้างด่างขาว จำนวน 1 ต้น พร้อมหน่อพันธุ์จำนวนหนึ่ง ราคาประมาณ 1,000,000 บาทที่ยังหาไม่เจอ จนคนร้ายบอกว่า ต้นไม้ดังกล่าวไม่ได้เอากลับมาโดยไว้ที่พุ่มหญ้าใกล้เคียงที่เกิดเหตุ จากนั้นให้ชุดสืบสวนได้ขยายผลจนสามารถตรวจยึดต้นบอนดังกล่าวอยู่ที่ร้านหนึ่งปากทางเข้าชุมชนหาดแสนสุข แต่ในเบื้องต้นจากการสอบถามผู้ที่เอาต้นบอนไปไม่มีเจตนาที่จะเอาไป เนื่องจากได้เอาขยะไปทิ้งแล้วเห็นต้นบอนตั้งอยู่จึงได้ยกมาไว้ที่ร้าน แต่อยู่ระหว่างสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้งด้าน นายสาธิต วานิชกุล อายุ 44 ปี เจ้าของต้นไม้ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.เมืองภูเก็ตที่สามารถจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้อย่างรวดเร็ว และดีใจมากที่ได้ต้นบอนพันธุ์หูช้างด่างขาวกลับมา เนื่องจากดังกล่าวต้นได้เลี้ยงมาตั้งแต่ยังต้นเล็กและมีคุณค่าทางจิตใจ และหากต้นดังกล่าวถ้าขายออกไปจะอยู่ในราคาไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท เพราะที่ต้นมีหน่อขนาดเล็กอีก โดยราคาในท้องตลาดต้นประมาณ 100,000 บาท ส่วนไข่ที่อยู่ใต้ต้นไม้ประมาณฟองละ 40,000 บาทอย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถาน ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิด หรือเพื่อการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.เมืองภูเก็ตเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป