ตม.ภูเก็ต นำหมายจับเข้ารวบตัวหนุ่มเมียนมาสวมบัตร ปชช.คนไทยทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพลในหาดป่าตอง

พ.ต.อ.ธเนศ สุขชัย ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต เปิดเผยถึงการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับว่า จนท.บก.สส.สตม.และ จนท.ตม.จว.ภูเก็ต นายโอมจี โคดมกุล อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต ลงวันที่ 7 ต.ค.64 และวันที่ 8 ต.ค.64 ในข้อหาเป็นผู้ยื่นคำขอมีบัตรประชาชนโดยมิได้มีสัญชาติไทยด้วยการแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่และเป็นคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ทำหรือใช้หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จหรือกระทำการเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านหรือเอกสารทะเบียนราษฎร์อื่นโดยมิชอบ แจ้งข้อความอันเป็นเท็จหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในการที่มีบัตรประจำตัวประชาชน แจ้งความอันเป็นเท็จแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับให้เป็นพยานหลักฐานโดยที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำผิดตามมาตรา 267 ในประการที่น่าจะให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนหลังจาก ตม.จว.ภูเก็ตได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับคนต่างด้าวมีพฤติกรรมทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ต.ป๋าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต จึงได้ดำเนินการตรวจสอบสืบสวนข้อเท็จจริง จนพบข้อมูลต้องสงสัยน่าเชื่อว่านายโอมจี โคดมกุล อายุ 49 ปี เดิมเป็นบุคคลสัญชาติเมียนมา ได้รับสัญชาติไทย ซึ่งอาจเป็นผู้ได้มาซึ่งสัญชาติไทยโดยไม่ถูกต้อง จากนั้นจึงได้ตรวจสอบไปยังกรมการปกครองและได้รับการสนับสนุนข้อมูลจากกรมการปกครองกลับมาว่า บุคคลดังกล่าว มีภาพใบหน้าลักษณะคล้ายชาวอินเดียไม่น่าจะเป็นพี่น้องกับบุคคลในทะเบียนประวัติราษฎร อีกทั้งทะเบียนประวัติมีลักษณะเป็นการจัดทำขึ้นใหม่ ทั้งฉบับซึ่งไม่ปรากฎหลักฐานดังกล่าวในฐานข้อมูลของทะเบียนราษฎร ประกอบกับการการทำบัตรประจำตัวคน ซึ่งไม่มีสัญชาติไทยครั้งแรกนั้นได้ดำเนินการหลังระยะเวลาที่ได้จัดทำทะเบียนประวัติเป็นเวลานาน ตม.จว.ภูเก็ต จึงได้ประสานข้อมูลให้ บก.สส.สตม.ช่วยสืบสวนหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม รวมถึงสอบสวนปากคำพยานซึ่งเป็นบุคคลในครอบครัวที่นายโอมจีเข้าไปสวมสิทธิ์ เจ้าหน้าที่สืบสวนได้สืบสวน สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จนน่าเชื่อว่านายโอมจีมีพฤติกรรมสวมสิทธิของบุคคลอื่น เพื่อขอมีสัญชาติไทย ขอมีบัตรประชาชนและเพิ่มข้อมูลในทะเบียนราษฎร์โดยทุจริต เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ทำรายงานสืบสวนเสนอผู้บังคับบัญชา และแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ป่าตองและ สภ.ถลาง เพื่อดำเนินคดีและออกหมายจับผู้ต้องหาในเวลาต่อมา จนกระทั่งวันที่ 9 พ.ย.64 ตม.จว.ภูเก็ต ร่วมกับ บก.สส.สตม. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งร่วมบูรณาการจับกุมได้สืบทราบว่านายโอมจีพักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 16/10 ช.นาใน 2 ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ตรวจสอบพบนายโอมจี ผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงจับกุมผู้ต้องหานำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ป่าตอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปทั้งนี้ พ ล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม.ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด