ภาคเอกชนในพื้นที่ป่าตองพร้อมรับนักท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่น

ภาคเอกชนในพื้นที่ป่าตองพร้อมรับนักท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่นคาดมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นพร้อมเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยว

จากการที่ทางรัฐบาลมีนโยบายในการฟื้นฟูเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต และของประเทศโดยได้มีการจัด โครงการภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์เป็นโครงการนำร่องในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของภูเก็ตและต่อมาเมื่อโครงการดังกล่าวได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักท่องเที่ยว ทำให้ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตเริ่มมีความหวังในการที่จะกลับมาฟื้นฟูหลังจากก่อนหน้านี้ร้านอาหารและสถานประกอบการด้านการท่องเที่ยวต้องปิดตัวเองลงเกือบทั้งหมด  ประกอบกับทางทางรัฐบาลมีนโยบานในการเปิดประเทศเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมาทำให้ภูเก็ตมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเพิ่มขึ้นและสนามบินภูเก็ตที่เคยเงียบเหงาเริ่มกลับมามีเที่ยวบินจากต่างประเทศบินตรงมาเพิ่มขึ้นซึ่งแนวโน้มน่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในแต่ละวัน แต่ทั้งนี้ทุกภาคส่วนก็ยังมีการดำเนินการตามมาตราการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ที่ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อลดลงอย่างต่อเนื่อง ด้านสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่างป่าตองก็มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่มขึ้นทำให้ร้านอาหาร โรงแรมเริ่มเปิดให้บริการลูกค้าเพิ่มขึ้นแม้จะไม่เหมือนดังในอดีตแต่ก็มีแนวโน้มว่านักท่องเที่ยวยังนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกันซึ่งทำให้ภาคธุรกิจเริ่มปรับตัวตามสภาพเศรษฐกิจด้วยเช่นกันนายปรีชาวุธ กี่สิ้น นักธุรกิจด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ป่าตองนี่จริงๆเป็นพื้นที่ที่นิยมแล้วนะครับ เค้าก็มี..ทะเล..ธรรมชาติ..ทุกที่ที่ได้ไป แต่ป่าตองอาจจะมีแหล่งสถานบริการในเรื่องของบันเทิงหรือมีแนวโน้มในการบันเทิงค่อนข้างจะเยอะ เพราะฉะนั้นถนนบางลาก็เป็นเหมือนดัชนีตัวหนึ่งที่วัดว่ามีคนเยอะ ส่วนใหญ่ที่ลูกค้านิยมก็คือเป็นร้านที่ Open Air นะครับในที่โล่งแล้วก็ชอบใกล้ๆริมทะเลอะไรแบบนั้น แต่คนที่เปิดส่วนใหญ่ก็อย่างที่บอกก็คือที่ริมถนนริมทะเลก็แพงต้องเป็นนักธุรกิจที่มีศักยภาพสูง คนที่มีโรงแรมติดทะเล ก็จะได้เปรียบอยู่ แต่ส่วนใหญ่ในซอกในซอยก็ยังปิดกันเยอะอยู่ เค้าจะเปิดอยู่ประมาณเฉลี่ยก็ประมาณ 20% ซึ่งเราก็ต้องปรับปรุงแก้ไขให้ได้มากกว่านี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในจังหวัดภูเก็ตเราด้วยว่าหลังจากเปิด 63 ประเทศแล้วเค้าจะเข้ามามากน้อยเพียงใดนะครับ หวังว่าให้ครบ 1ล้าน คนละกันนะครับถึงจะมาหลักแสน จาก14ล้านเหลือล้านเดียวก็ยังดีก็มีความหวังขึ้นแต่ก็ว่าก็อย่าไปคาดหวังเพราะนักท่องเที่ยวหายไป 80-90% การที่เราจะมียอดขาย การที่เราจะมีการจ้างงาน การที่เราจะมีโอกาสในการทำธุรกิจ มันก็ค่อนข้างลำบาก มันก็ขึ้นอยู่กับภาครัฐด้วย ตัวเราด้วย ภาคชุมชมต่างๆด้วยว่ามีความเข้มแข็งหรือสู้กันแค่ไหนต่อสู้กับอุปสรรคที่เกิดขึ้นในยุคนี้มากน้อยแค่ไหนด้วยนายปรีชาวุฒิ กล่าวต่อไปว่า สำหรับในส่วนของความกังวลหลังมีการเปิดประเทศนั้นหลายๆส่วนก็กังวลว่า เมื่อเปิดประเทศแล้วจากสถิติหลายๆข่าวในต่างประเทศก็มีตัวเลขที่เพิ่มขึ้นก็อยู่ที่มุมมองของภาครัฐมากกว่าว่ารอบนี้ตัวเลขก็มีโอกาสที่จะเพิ่มขึ้นสูงแต่ว่าถ้าเรามีการป้องกันที่ดีและมีวัคซีนที่ดี เราก็อาจจะรักษาตัวเลขการติดเชื้อได้แต่ที่สำคัญที่สุด อยากให้โฟกัสไปที่มุมมองอัตราการเสียชีวิตมากกว่า ถ้ามีผู้เสียชีวิตน้อย เราก็น่าจะผ่อนปรนหรือที่จะทำให้เราทำธุรกิจต่อไปได้ ก็คืออย่าไปปิดต่อมากกว่า มันอยู่ที่มุมมองว่า รอบใหม่ไม่มีวัคซีนที่จะป้องกันการติดเชื้อได้ นอกจากเราต้องป้องกันตัวเอง ใส่หน้ากากป้องกัน ใส่ถุงมือ อยู่ห่าง ล้างมือ อะไรแบบนั้น ก็ช่วยกันส่วนตัวเราด้วย ส่วนอื่นๆเราก็ต้องให้ความร่วมมือกัน เพื่อไม่ให้เป็นการแพร่เชื้อ ระมัดระวังตัวเองและที่สำคัญที่สุดก็คือ วัคซีน วัคซีนก็คืออาวุธป้องกันหรือกลยุทธ์ที่ดีในฉีดวัคซีนในพื้นที่ภูเก็ต อย่าขยายแค่ 70% แต่ให้ถึง 100% เลยได้ยิ่งดีให้ใกล้เคียงเกือบทุกคนนะครับ ไม่ว่าจะวัคซีนเข็ม3 ต่อไปเราควรจะพูดถึงวัคซีนเข็มที่4 ควรจะมีการบูสต์อีกหรือไม่หรือเมื่อไหร่อะไรแบบนั้น เพราะต่อไปการที่จะตัดสินใจมาท่องเที่ยว ไม่ใช่แค่ตัวเลขการติดเชื้อเพียงอย่างเดียว การที่มาภูเก็ตเค้าดูว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วในจังหวัดภูเก็ตมีมากน้อยแค่ไหนนะครับ นั่นคือส่วนหนึ่งของความปลอดภัย เมื่อเกิดเหตุแล้วโรงพยาบาลศักยภาพทางสาธารณสุขของเราดีมากน้อยแค่ไหนด้วยนะครับ ที่สำคัญมากที่สุดนอกเหนือจากไปจากนั้นก็คือเราเปิดธุรกิจรองรับเค้าได้มากน้อยแค่ไหนด้วยนะครับ มันก็ทั้งเศรษฐกิจและสาธารณสุขต้องว่ากันไปด้วยกันนายปรีชาวุธ กล่าวอีกว่า ในส่วนของนักท่องเที่ยวชาวไทยนั้นจริงๆ นักท่องเที่ยวชาวไทยเรา อาจจะมีโปรแกรม เราเที่ยวด้วยกัน คนละครึ่ง ทางรัฐก็ช่วยอยู่ระดับหนึ่ง สิ่งที่เราเรียนรู้จากโควิด 19 ที่คนไทยเคยบ่นว่าแพงบ้าง  ที่เคยบ่นว่าไม่เคนไทยบ้าง มันน่าจะเป็นการเรียนรู้ การให้เราปรับตัวว่าจริงๆแล้ว เวลาเราเดือนร้อน เราล้ม วันที่เราพ่ายแพ้ วันที่เราไม่มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศให้มาฟูเฟื่อง ใครละที่มา ก็นักท่องเที่ยวในประเทศ ฉะนั้น ผมจะเรียนทางผู้ประกอบการทุกท่าน หรือคนภูเก็ตทุกคนขอให้เป็นเจ้าบ้านที่ดี อย่าลืมว่าวันที่เราล้ม วันที่เราที่แพ้ วันที่เราไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ ใครละที่มาช่วยเรา ก็คือนักท่องเที่ยวชาวไทยทั้งนั้น ผมก็ได้ขอบคุณชาวไทยตลอดว่า ดีใจ ถึงแม้ว่าจะบ่นไป เที่ยวไป ก็ยังดีกว่าที่ได้มาเที่ยวแล้ว อุดหนุนแล้ว แล้วเขาก็ยังรักภูเก็ต แต่ภูเก็ตก็ต้องปรับตัวให้อย่าลืมว่า เราต้องดูแลนักท่องเที่ยวชาวไทยให้ได้ดีที่สุด นี่คือสิ่งที่เราเรียนรู้จากโควิด 19 ทำให้เรารู้จักตัวเอง รู้จักห่วงแหนนักท่องเที่ยวชาวไทยให้ได้มากที่สุด คงต้องบริการให้ดีและเปลี่ยนmindset(ความคิด) กันเยอะในเรื่องนี้

ทั้งนี้ได้เน้นย้ำในเรื่องของการเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้องรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติและต้องทำตามมาตราการป้องกันโรคโดยเคร่งครัด