ผู้ตรวจการแผ่นดินลงพื้นที่เร่งติดตามการแก้ปัญหาโค้งหักศอกควนสะตอจุดเกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก

รองศาสตราจารย์อิสสรีย์ หรรษาจรูญโรจน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วย นายกีรป กฤตธีรานนท์ เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงหลังได้รับการร้องเรียนและขอให้แก้ปัญหาการเกิดอุบัติเหตุบริเวณโค้งควนสะตอ ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ร่วมกับ นายสืบพงศ์ ไพศาลวัฒนา ผู้อำนวยการสำนักอำนวยความปลอดภัย กรมทางหลวง นายสมัคร เลือดวงหัด ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงภูเก็ต และนายยศินทร์ ชนปทาธิป ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 17, ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เนื่องจากเป็นเส้นทางขึ้น-ลงเขา มีลักษณะเป็นโค้งหักศอก และลาดชัน ซึ่งเป็นเส้นทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ โดยเฉพาะหาดกะตะกะรน และพื้นที่ ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต หลังจากมีประชาชนในพื้นที่ร้องเรียนเพื่อขอให้มาติดตามการแก้ปัญหาดังกล่าว ประกอบกับขณะนี้เริ่มมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามากขึ้น เกรงจะเกิดอันตรายและส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวรองศาสตราจารย์อิสสรีย์ หรรษาจรูญโรจน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ฯ ว่า สืบเนื่องจากผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ขอให้แก้ไขปัญหาการเกิดอุบัติเหตุบนถนนเส้นทางหลวงหมายเลข 4028 ตอนห้าแยกฉลอง-กะรน บริเวณทางโค้งควนสะตอ ซึ่งถนนเส้นทางดังกล่าวประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวต่างชาติใช้ในการเดินทางสัญจรจากตำบลฉลอง ตำบลกะรน ไปยังตำบลป่าตอง ซึ่งช่องจราจรขาลงจากภูเขาถนนมีลักษณะเป็นทางโค้งหักศอกและลาดชัน โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตก มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เป็นเหตุให้ประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวที่สัญจรเส้นทางดังกล่าวได้รับบาดเจ็บ หรือเหตุร้ายแรงถึงแก่ชีวิต โดยที่ผ่านมาได้มอบหมายเจ้าหน้าที่สำนักสอบสวนที่รับผิดชอบลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงบริเวณทางโค้งดังกล่าว ร่วมกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต แขวงทางหลวงภูเก็ต หมวดทางหลวงราไวย์ และผู้ร้องเรียน เพื่อดูลักษณะภูมิประเทศ และความชันของทางโค้งควนสะตอ เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ และหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาการเกิดอุบัติเหตุร่วมกัน พบว่ามูลเหตุหลักในการเกิดอุบัติเหตุบริเวณทางโค้งควนสะตอในช่องจราจรขาลงจากภูเขา เกิดจากการขับรถเร็วเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด และได้กำชับให้หน่วยงานเร่งแก้ไข โดยในระยะสั้นควรเร่งหาวิธีการลดความเร็วของยานพาหนะที่สัญจร จัดทำป้ายเตือนเพื่อลดอัตราการสูญเสียที่อาจเกิดจากอุบัติเหตุบนเส้นทางดังกล่าวโดยผู้ตรวจการแผ่นดินกล่าวด้วยว่า จากการลงตรวจสอบพื้นที่ พบว่ามีการแก้ไขปัญหาแล้ว โดยแขวงทางหลวงภูเก็ตได้ดำเนินการปรับผิวจราจรด้วยการขูดไสผิวจราจรให้มีความหยาบเพื่อเพิ่มความฝืดของผิวจราจร (Anti skid) ลดการลื่นไถลของรถในช่องจราจรขาลงจากภูเขา ติดตั้งแนวกั้นแท่นปูนตลอดแนวทางโค้ง เพิ่มการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง และดำเนินการติดตั้งป้ายจำกัดความเร็ว ป้ายเตือนให้ลดความเร็ว เพื่อเตือนให้ผู้สัญจรใช้ถนนให้เพิ่มความระวัดระวังในการขับขี่ให้มากขึ้น แต่ยังพบปัญหาเพิ่มเติม คือ ปัญหาดินทรุดตัวในช่องจราจรขาขึ้นภูเขา ทำให้ต้องเสียไป 1 ช่องจราจร ซึ่งจะได้หารือถึงแนวทางแก้ไขต่อไปอย่างไรก็ตามภายหลังการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงบริเวณจุดที่มีการร้องเรียน ทางคณะทั้งหมดได้ร่วมประชุมกับผู้แทนจังหวัดภูเก็ต เพื่อระดมหาแนวทาง ขั้นตอน และงบประมาณ ในการเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยผู้ตรวจการแผ่นดินได้ให้ข้อเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขปัญหาเพิ่มเติม โดยให้ดำเนินการเพิ่มเติมเป้าสะท้อนแสง (Reflector Target) และป้ายเตือนเส้นทางโค้งหักศอก และป้ายเตือนความชัน, ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการร่วมกัน พิจารณาแนวทางแก้ไขป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดจากปัญหาถนนที่ทรุดตัว เช่น ควรเข้มงวดในการตรวจจำกัดน้ำหนักของรถบรรทุก รถทัวร์ท่องเที่ยว ที่น้ำหนักเกินพิกัด รวมถึงการหาเส้นทางอื่นๆ ให้ประชาชน นักท่องเที่ยวใช้สัญจรเป็นเส้นทางเบี่ยงก่อน  เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุและการสูญเสียถึงชีวิต