ติดตามความก้าวท่าเรือต้นทาง เพื่อรองรับเรือสำราญขนาดเล็ก

คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว วุฒิสภา ติดตามความก้าวหน้าเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาท่าเรือต้นทาง เพื่อรองรับเรือสำราญขนาดเล็ก

ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ ห้องประชุมคอซิมบี้ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต (หลังเก่า) พล.ร.อ.ชุมนุม อาจวงษ์ รองประธานคณะกรรมาธิการคนที่ 2 ในคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว วุฒิสภา พร้อมด้วย พลเรือเอกอิทธิคมน์ ภมรสูต เลขานุการคณะกรรมาธิการฯ และคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการพัฒนาคุณภาพการท่องเที่ยวทางน้ำ และอื่นๆ ประชุมติดตามความก้าวหน้าเกี่ยวกับการพัฒนาท่าเรือต้นทาง (Home port) ที่ จังหวัดภูเก็ต เพื่อรองรับเรือสำราญขนาดเล็ก (Small Luxury cruise) หลังจากคณะอนุกรรมาธิการดังกล่าว เคยมาประชุมเพื่อติดตามเรื่องนี้เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2564 และแผนงานที่จะดำเนินการต่อไป โดยมี นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ส่วนราชการและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง อาทิ เจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต, ตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ต ศุลกากรภูเก็ต การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานภูเก็ต, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภูเก็ต  เข้าร่วมทั้งนี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการเสนอความพร้อมของทางจังหวัดภูเก็ต ไม่ว่าจะเป็น โครงสร้างพื้นฐานของท่าเรือน้ำลึก ความพร้อมของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ตด้านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง, การจัดการด้านสาธารณสุขทางทะเล, ความพร้อมในการทำตลาดท่องเที่ยว เป็นต้น ซึ่งทุกหน่วยยืนยันถึงความพร้อมที่จะพัฒนาให้เป็นโฮมพอร์ต เพื่อเป็นพื้นที่นำร่อง ทั้งนี้จะได้มีการรวบรวมข้อมูลนำเสนอไปยังส่วนกลาง เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไปอย่างไรก็ตาม พล.ร.อ.ชุมนุม อาจวงษ์ กล่าวภายหลังการรับฟังความพร้อมและปัญหาอุปสรรคของหน่วยงานต่างๆ ว่า การผลักดันให้ภูเก็ตเป็นโฮมพอร์ตนั้นได้มีการศึกษาเรื่องนี้เป็นเป็นระยะเวลาพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการทำตลาด ซึ่งพบว่ามีความต้องการสูง หลังจากนั้นได้มีการผลักดันเข้าไปในแผนการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นแผนที่ถูกผลักดันเมื่อมีรับธรรมนูญปี 60 ทำให้เกิดแผนในยุทธศาสตร์ชาติ และในส่วนของวุฒิสภาส่วนหนึ่งมีหน้าที่ในการติดตาม เสนอแนะและเร่งรัด เพื่อให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้

จากที่ได้รับฟังรายงานจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทราบว่า ได้มีการพัฒนาในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานไปในระดับหนึ่ง และพบว่าภูเก็ตมีความพร้อมมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสนามบิน ที่พัก และแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่พร้อมมากสำหรับการเป็นโฮมพอร์ต แต่หากไม่มีการผลักดันให้เกิดความชัดเจนก็คงจะเกิดขึ้นได้ช้า ซึ่งมองว่าช่วงเวลานี้ที่สถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย และผู้คนต้องการที่จะออกเดินทางท่องเที่ยว จึงควรอาศัยจังหวะนี้ในการผลักดันเพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรมชัดเจน และเร่งให้แล้วเสร็จให้ได้ภายในเดือนตุลาคม 2565 ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้พล.ร.อ.ชุมนุม กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ทุกภาคส่วนแม้กระทั่งทางจังหวัดเห็นประโยชน์และมีเป้าหมายร่วมกันแล้วว่า การทำตรงนี้จะเกิดประโยชน์กับประเทศและจังหวัดเป็นอย่างมาก เพราะการเป็นท่าเรือต้นทางจะทำให้เกิดธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเพิ่มเติม นอกจากนั้นจะทำให้นักท่องเที่ยวมาใช้เวลาในประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการเพิ่มรายได้ของการท่องเที่ยว และเป็นไปตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติในด้านท่องเที่ยวด้วย