ปลัด สธ. กำชับ จ.ภูเก็ต ติดตามสถานการณ์โควิด-19 ใกล้ชิด จัดระบบดูแลที่บ้านและชุมชนรองรับ

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ติดตามสถานการณ์โควิด-19 จังหวัดภูเก็ต พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับภาพรวมประเทศ กำชับติดตามประเมินสถานการณ์ใกล้ชิด เน้นจัดระบบการรักษาที่บ้านหรือชุมชน เพื่อให้โรงพยาบาลรองรับผู้ป่วยกลุ่มสีเหลือง/แดง และไม่กระทบการให้บริการผู้ป่วยอื่น ๆ เตรียมเสนอ ศบค.ระงับลงทะเบียน Test & GO ถึง 31 ม.ค. 65ที่ โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ร่วมรับฟังสถานการณ์โรคโควิด-19 ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และรับฟังปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานตามระบบ Sandbox และระบบ Test & GO จากตัวแทนผู้ประกอบการภาคเอกชน จ.ภูเก็ต

โดย นายแพทย์เกียรติภูมิ กล่าวว่า ขณะนี้ จ.ภูเก็ต เริ่มพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับภาพรวมของประเทศ และเป็นไปตามการคาดการณ์ของกรมควบคุมโรค จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ประมาณ 150 รายต่อวัน ส่วนใหญ่มีประวัติใกล้ชิดผู้ป่วย ทำกิจกรรมรวมกลุ่มกัน รวมถึงผู้ที่ให้บริการนักท่องเที่ยว โดยผู้ติดเชื้อร้อยละ 98 ไม่มีอาการ ที่เหลือมีอาการเล็กน้อย และไม่พบผู้เสียชีวิตมากว่า 2 สัปดาห์นายแพทย์เกียรติภูมิ กล่าวต่อว่า จากการแพร่ระบาดของสายพันธุ์โอมิครอนทั่วโลก จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ จึงมีโอกาสที่จะพบผู้ติดเชื้อมากขึ้น ได้กำชับให้ติดตามประเมินสถานการณ์การติดเชื้ออย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมทรัพยากร ทั้งด้านเตียง ยาและเวชภัณฑ์ รองรับ โดยให้เน้นการจัดระบบการรักษาที่บ้านหรือชุมชน (Home Isolation : HI / Community Isolation : CI) เนื่องจากผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสีเขียวที่ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย พร้อมมีระบบติดตามอาการ และสื่อสารเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้ติดเชื้อและครอบครัว ทั้งนี้ เพื่อให้โรงพยาบาลสามารถรองรับการรักษาผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองและแดง รวมถึงให้บริการผู้ป่วยอื่นๆ ได้ตามปกติ นอกจากนี้ ได้ให้เพิ่มการจัดบริการฉีดวัคซีนเชิงรุกในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับวัคซีนมากที่สุด รวมทั้งจะเสนอ ศบค.ชุดใหญ่ให้มีการปรับพื้นที่สถานการณ์โรคโควิด-19 ทั่วประเทศ มีมาตรการป้องกันควบคุมโรคที่เข้มข้นมากขึ้น ส่วนพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวยังคงไว้ตามเดิม แต่ให้ระงับการลงทะเบียนระบบ Test & GO ต่อไปจนถึง 31 มกราคม 2565