ผู้ว่าฯ ภูเก็ต เตรียมแผนเชิงรุกในทุกด้านหลังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น

ผู้ว่าฯ ภูเก็ต เตรียมแผนเชิงรุกในทุกด้านหลังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น เน้นจัดระบบการรักษาที่บ้าน โรงแรมที่พักหรือชุมชน  เพื่อให้โรงพยาบาลรองรับผู้ป่วยกลุ่มสีเหลือง/แดง และไม่กระทบการให้บริการผู้ป่วยอื่น

ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ ห้องประชุมมุขหน้า ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต (หลังใหม่) ศูนย์ราชการจังหวัดภูเก็ต นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นายอำนวย พิณสุวรรณ นายอานุภาพ รอดขวัญ ยอดระบำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ผู้บริหารของจังหวัดภูเก็ต ภาครัฐและเอกชน ร่วมประชุมหารือแนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในกลุ่มประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในจังหวัดภูเก็ต พร้อมติดตามสถานการณ์โควิด-19 จังหวัดภูเก็ต หลังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น เพื่อกำชับให้ทุกภาคส่วนติดตามประเมินสถานการณ์ใกล้ชิด เน้นจัดระบบการรักษาที่บ้าน โรงแรมที่พักหรือชุมชน เพื่อให้โรงพยาบาลรองรับผู้ป่วยกลุ่มสีเหลือง/แดง และไม่กระทบการให้บริการผู้ป่วยอื่นๆนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้กำชับให้ติดตามประเมินสถานการณ์การติดเชื้ออย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมทรัพยากร ทั้งด้านเตียง ยาและเวชภัณฑ์ รองรับ โดยให้เน้นการจัดระบบการรักษาที่บ้านหรือชุมชน (Home Isolation : HI / Community Isolation : CI) เนื่องจากผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสีเขียวที่ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย พร้อมมีระบบติดตามอาการ และสื่อสารเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้ติดเชื้อและครอบครัว ทั้งนี้ เพื่อให้โรงพยาบาลสามารถรองรับการรักษาผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองและแดง รวมถึงให้บริการผู้ป่วยอื่นๆ ได้ตามปกติ นอกจากนี้ ได้ให้เพิ่มการจัดบริการฉีดวัคซีนเชิงรุกในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับวัคซีนมากที่สุด

นายแพทย์กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ได้รายงานการประเมินสถานการณ์ประเทศไทย มีแนวโน้มการระบาดเพิ่มขึ้นจังหวัดภูเก็ตมีอัตราการพบเชื้อเฉลี่ย 7 วันย้อนหลัง เท่ากับ 340 ราย และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นมากพบผู้ติดเชื้อในกลุ่มผู้เดินทางมาจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งรูปแบบ Test & GO และ Phuket Sandboxรวมทั้งการติดเชื้อในพื้นที่จังหวัดเพิ่มสูงขึ้นอัตราครองเตียงรักษาผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมาก เริ่มไม่เพียงพอรองรับผู้ป่วย อัตราการเสียชีวิตแนวโน้มลดลงผู้ติดเชื้อมีประวัติเสี่ยงส่วนใหญ่เป็นการสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย การมีกิจกรรมร่วมกัน อาชีพสัมผัสนักท่องเที่ยวทำงานในแหล่งท่องเที่ยว และมีความเชื่อมโยงการระบาดในกลุ่ม Test & GO จากการสุ่มตรวจสายพันธุ์ของตัวอย่างในจังหวัด พบเชื้อ Omicron ร้อยละ 66.3LQ สำหรับกักกัน HRC เริ่มไม่เพียงพอดังนั้นกระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศปรับระดับการเตือนภัยโรคโควิด-19 สำหรับประชาชนและสถานประกอบการเป็นระดับ 4(งดเข้าสถานที่เสี่ยง) สถานที่ระบบปิด สถานที่แออัดเช่น ร้านอาหารกึ่งผับ ซึ่งมีระบบระบายอากาศไม่ดี เน้นสื่อสารประชาชนกลับจากต่างจังหวัดให้เฝ้าสังเกตอาการตนเอง อย่างน้อย 14 วัน, WFH, งดเข้าสถานที่เสี่ยง, และเร่งไปฉีดวัคซีนตรวจ ATK ทุกสัปดาห์ หากพบการติดเชื้อ โทร.1330 สปสช. เพื่อลงทะเบียนรักษาแบบแยกกักที่บ้าน (Home Isolation)ชะลอการเดินทางข้ามจังหวัด หรือไปต่างประเทศ หากไม่จำเป็น และกำหนดให้สถานประกอบการ ปฏิบัติตามมาตรการ Covid-Free Setting อย่างเคร่งครัด หากพบผู้ติดเชื้อให้ทำ Bubble & Seal ในโรงงานในส่วนของการเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุขเร่งรัดดำเนินการ 4 มาตรการ เปิดประเทศ ได้แก่ Vaccine, Universal Prevention, COVID Free Setting, ATKเตรียมแผนเผชิญเหตุรองรับการเปิดประเทศแผนปฏิบัติการรองรับการระบาดในพื้นที่จัดเตรียมระบบการรักษาผู้ติดเชื้อโควิดที่เพิ่มขึ้น ทั้งในส่วน รพ. / รพ.สนาม / CI / Hospitel / AQ /Hotel Isolation / Home Isolationเพิ่มมาตรการชะลอการระบาดเป็นวงกว้าง โดยเฝ้าระวัง Event-based Surveillance และตรวจเชิงรุกด้วย ATKเร่งรัดการฉีดวัคซีนเข็ม 3, เข็มที่ 4 โดยเฉพาะกลุ่ม 608 กลุ่มเสี่ยงอื่นๆนอกจากที่ประชุมหารือ กรณีสถานบันเทิง ผับบาร์ คาราโอเกะ สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบไปเปิดเป็นร้านอาหารได้แต่ต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กรุงเทพมหานคร ภายในวันที่ 15 มกราคม 2565 เท่านั้น  และ“ส่วนพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว (สีฟ้า) อนุญาตเปิดมาตรการได้แบบสีเขียว คือ ดื่มสุราในร้านอาหารได้ จำกัดเวลาถึง 21.00 น. โดยต้องเป็นร้านที่ผ่านมาตรฐาน SHA Plus และ Thai Stop Covid19 2 Plus เท่านั้น โดยทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด จะคุมเข้มการเปิด หากทำไม่ถูก จะมีดำเนินคดี สั่งปิด สั่งพักใบอนุญาตอย่างจริงจัง”