รองผู้ว่าภูเก็ตลงพื้นที่ตรวจราคาสินค้า

รองผู้ว่าภูเก็ตนำทีมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจการจำหน่ายราคาสินค้า ภายใต้โครงการพาณิชย์ลดราคา ช่วยประชาชน และตรวจสอบสต๊อกเนื้อหมู เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชนนายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นางสาววรนิษย์ อภิรัฐจิรวงษ์ พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต นายเทวิน แสวงสิน ปศุสัตว์จังหวัดภูเก็ต นำคณะลงพื้นที่ตรวจการจำหน่ายเนื้อหมู ภายใต้โครงการพาณิชย์ลดราคา ช่วยประชาชน และเช็คสต๊อกหมู เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชน ณ จุดจำหน่ายที่ร่วมโครงการฯ โดยเริ่มจากห้างโกเซอรี่ภูเก็ต ที่ได้รับโควต้าหมูเนื้อแดงมาจำหน่ายให้กับประชาชนผู้บริโภคในราคากิโลกรัมละ 150 บาท จำนวน 80 กิโลกรัมต่อวัน จากนั้นไปตรวจสอบที่ห้างซุปเปอร์ชิป สาขาใหญ่ และตรวจสต๊อกหมูยังห้างแม็คโคร สาขาภูเก็ต นอกจากนี้ยังได้มีการตรวจสอบในเรื่องของไข่ไก่และอาหารสดอื่นๆ ตลอดจนสินค้าอื่นที่จำเป็นเพื่อให้เพียงพอกับปริมาณความต้องการของผู้บริโภคทั้งนี้ จังหวัดภูเก็ตมีการนำเข้าเนื้อหมูชำแหละอยู่ที่ 30 ตันต่อวัน หมูเป็น ประมาณ 200 ตัว รวมแล้วปริมาณการบริโภคเนื้อหมูในจังหวัดภูเก็ตอยู่ที่ประมาณวันละ 32,000 กิโลกรัม ซึ่งจังหวัดภูเก็ตมีฟาร์มหมูประมาณ 15 ราย มีหมูอยู่ที่ประมาณ 1,040 ตัว ซึ่งไม่เพียงพอต่อการบริโภคในพื้นที่จึงต้องมีการนำเข้า ส่วนการตรวจตลาดในครั้งนี้ เป็นการตรวจสอบราคาสินค้าในช่วงที่มีการปรับขึ้นราคา เพื่อลดภาระค่าครองชีพและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน รวมทั้งเป็นการแก้ปัญหาเร่งด่วน ช่วยให้ประชาชนมีช่องทางในการเลือกซื้อเนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ และสินค้าที่มีราคาถูกกว่าท้องตลาดอย่างไรก็ตาม ในส่วนของสต๊อกเนื้อหมูในช่วงนี้ต้องเป็นไปตามที่กำหนดอย่างเคร่งครัด หากตรวจพบว่าไม่มีการแจ้งปริมานสต๊อกที่ชัดเจน จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท และปรับอีกวันละ 2,000 บาท ตลอดเวลาที่ฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะมีการแจ้ง หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากพบเห็นว่ามีการกักตุนสินค้า จะมีโทษตามมาตรา 29 แห่ง พ.ร.บ. ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ซึ่งมีโทษจำคุก 7 ปี ปรับ 140,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการกักตุนหรือจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต หรือสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569