ผอ.รพ.วชิระภูเก็ต แจงกรณี แม่โวยหมอ รพ.รัฐ

“แม่ไม่โทษ แต่เสียใจคำพูดหมอ” จากกรณี ที่มีการนำเสนอข่าว “แม่โวยหมอ รพ.รัฐ ดังใน จ.ภูเก็ต กระดุมติดจมูกลูก รอเป็นชั่วโมงมาตรวจ 5 นาที ไล่ไปรพ.เอกชน”ด้าน ผอ.วชิระ แจง ส่งเอ็กซเรย์แล้ว แต่เนื่องจากกระดูมเป็นพลาสติกทำให้มองไม่เห็น จึงทำนัดให้ พบกับหมอเฉพาะหู คอ จมูก

จากกรณีดังกล่าวฯ ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง คุณมุ แม่ วัยอายุ 26 ปี เปิดเผยว่า ลูกได้เอากระดุมเสื้อนอนที่ดึงขาดใส่จมูกขวา ตนเห็นจึงรีบบอกว่าลูกสั่งออกมา แต่ตอนนั้นมีน้ำมูกทำให้ลูกสูดจนเม็ดกระดุมเข้าลึกไปในโพรงจมูก จึงรีบพามาโรงพยาบาลดังกล่าวตอน 19.20 น. เมื่อมาถึงห้องฉุกเฉินก็นั่งรอนานชั่วโมงกว่า ก่อนจะมีหมอทำผมสีฟ้าออกมาตรวจ

โดยหมอถามลูกว่าเจ็บไหม ก่อนจะใช้ไฟฉายส่องตรวจดูไม่ถึง 5 นาที บอกว่าไม่เจออะไร และให้กลับมาใหม่พรุ่งนี้ หรือถ้ารีบก็ให้ไปโรงพยาบาลเอกชนเอา ตนจึงให้หมอออกใบรับรองแพทย์ให้ว่าลูกมีอาการระคายเคืองจมูก แต่พอกลับมาบ้านลูกก็ยังไม่หาย ยังเจ็บจมูกและหายใจติดขัด จึงเอาไฟฉายส่องเองก็พบว่าปลายกระดุมโผล่ออกมา จึงรีบไปหาหมอที่โรงพยาบาลเอกชน

ทั้งนี้ โรงพยาบาลเอกชนทำการตรวจและใช้เครื่องมือคีบเม็ดกระดุมออกมาสำเร็จ ตนจึงพาลูกไปโรงพยาบาลแรก เพราะต้องการไปสอบถามหมอผมสีฟ้า แต่ไม่ได้พบ ก่อนที่จะได้รับสายจากหัวหน้าเวรของหมอคนดังกล่าว ได้โทรมาเวลาประมาณ 23.00 น. ได้กล่าวขอโทษ และเพื่อชี้แจงถึงกรณีข้อร้องเรียน

คุณมุ ยังเปิดเผยอีกว่า ตอนนี้ไม่ได้โทษ ไม่ได้ติดใจที่หมอที่ รพ.วชิระ หากระดุมไม่เจอ เพราะตอนนี้น้องปลอดภัยแล้ว แต่เสียใจที่ได้ยินคำพูดของหมอ ที่พูดเหมือนกับปัดความรับผิดชอบ ยิ่งช่วงนี้เศรษฐกิจก็ไม่สู่ดีนัก การที่จะให้ไปรักษาที่รพ.เอกชนนั้น แน่นอนก็ต้องมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่ารพ.รัฐอยู่แล้ว คุณมุ กล่าว

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง นพ.วีระศักดิ์ หล่อทองคำ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ซึ่งได้เปิดเผยว่า ทราบเรื่องแล้ว ซึ่งหลังจากนี้จะได้มีการสอบถาม หาข้อเท็จจริง จากทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถึงเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นตามสื่อ ทั้งสื่อท้องถิ่นและสื่อส่วนกลาง ที่ได้มีการนำเสนอ

นพ.วีระศักดิ์ กล่าวต่อว่า โดยเบื้องต้นจากการสอบถามข้อมูลเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องนั้น ด้านการตรวจการรักษาได้มีการส่งเอ็กซเรย์ แล้ว แต่เนื่องจากกระดุมเป็นพลาสติกไม่ใช่โลหะเหมือนพวกเหรียญ จึงทำให้มองไม่เห็น ทางหมอจึงทำนัดให้ในวันรุ่งขึ้น เพื่อมาพบกับแพทย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้าน หู คอ จมูก ซึ่งเบื้องต้นยืนยันว่าทำตามกระบวนการ ไม่ได้ละเลย และไม่ใช่ไม่ใส่ใจในการดูแลผู้ป่วย