ศรชล. ภาค 3 จับกุมเรือประมงอินโดนีเซีย 2 ลำ พร้อม ลูกเรือ 19 คน

ศรชล. ภาค 3 จับกุมเรือประมงอินโดนีเซีย 2 ลำ พร้อม ลูกเรือ 19 คน ขณะลักลอบเข้ามาทำประมงในเขตน่านน่านน้ำไทย

เรือ ต.229 โดยศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 นำเรือประมงอินโดนีเซีย จำนวน 2 ลำ พร้อมด้วย ลูกเรือ จำนวน 19 คน เข้าฝั่งบริเวณหลักเทียบเรือตำรวจน้ำภูเก็ต ท่าเทียบเรือรัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งถูกจับกุมได้ขณะลักลอบเข้ามาทำประมงในเขตน่านน่านน้ำไทย บริเวณทางทิศตะวันตกของเกาะภูเก็ต ห่างจากฝั่งประมาณ 38.5 ไมล์ทะเล (แบริ่ง 270 องศาจากเกาะภูเก็ต ระยะห่างจากฝั่งประมาณ 50 ไมล์ทะเล)  เพื่อนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ตดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยมี พล.ร.ท.ทินกร กาญจนเตมีย์ ผู้อำนวยการสำนักฝ่ายอำนวยการ ศรชล.ภาค 3 พร้อมด้วย นายณชพงศ์ ประนิตย์ ผู้อำนวยการ เจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต นาวาเอกพิเชษฐ์ ซองตัน ผู้อำนวยการกองสารนิเทศ สำนักฝ่ายอำนวยการ ศรชล.ภาค 3 ปฏิบัติหน้าที่ โฆษก ศรชล.ภาค 3, ผู้แทนประมงจังหวัดภูเก็ต ตำรวจน้ำภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมสังเกตการณ์สำหรับการจับกุมเรือประมง 2 ลำดังกล่าว ด้วยเมื่อวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา ขณะเรือหลวงแกลงออกทำการลาดตระเวนตรวจการณ์ทางทะเล เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยและการกระทำความผิดในทะเล ตามแผนการปฏิบัติงานอยู่นั้น เวลาประมาณ 17.00 น. ได้ตรวจพบเรือประมงอินโดนีเซียจำนวน 2 ลำ กำลังทำการประมงในน่านน้ำไทย บริเวณทางทิศตะวันตกของเกาะภูเก็ต ห่างจากฝั่งประมาณ 38.5 ไมล์ทะเล (แบริ่ง 270 องศาจากเกาะภูเก็ต ระยะห่างจากฝั่งประมาณ 50 ไมล์ทะเล) จึงได้เข้าทำการตรวจค้นและจับกุม ก่อนนำเข้าฝั่งที่ จ.ภูเก็ต โดยเรือลำที่ 1  ชื่อเรือ SINARMAKMUR 05 มีสีเขียว กว้าง 4.6 เมตร ยาว 14.5 เมตร ขนาด 25 ตันกรอส มีลูกเรือ 14 คนรวมไต๋เรือ ในจำนวนนี้มี 1 คน อายุ 13 ปี  โดยเป็นเรืออวนล้อมจับ และพบปลาในระวางครึ่งระวาง ส่วนลำที่ 2 ชื่อเรือ KM.BAHAGIA 02 ตัวเรือสีขาว เก๋งเรือสีส้ม กว้าง 3.2 เมตร ยาว 13.05 เมตร และมีลูกเรือ 5 คนรวมไต๋เรือ เป็นเรือปั่นไฟพล.ร.ท.ทินกร กาญจนเตมีย์ ผู้อำนวยการสำนักฝ่ายอำนวยการ ศรชล.ภาค 3 กล่าวว่า ที่ผ่านมาทาง ศรชล. 3 ได้รับการร้องเรียนจากประมงในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และพังงา มาอย่างต่อเนื่องว่า มีเรือประมงของอินโดนีเซียลักลอบเข้ามาทำประมงในน่านน้ำไทย และบางส่วนได้ทำลายอุปกรณ์ในการล่อดักสัตว์น้ำหรือซั้ง รวมทั้งยังขโมยสัตว์น้ำที่อยู่ในซั้งของประมงไทยไปด้วย สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ และสร้างความเสียหายให้กับประมงไทยแต่ยังตรวจไม่พบการกระทำผิดดังกล่าว กระทั่งเมื่อเย็นวานนี้ (27 ม.ค.) ขณะที่เรือหลวงแกลงทำการลาดตะเวนในจุดที่เกิดเหตุก็พบเห็นเรือประมงอินโดนีเซีย 2 ลำดังกล่าว กำลังทำการประมงอยู่ในน่านน้ำไทย จึงได้เข้าแสดงตัว และทำการจับดังกล่าว ทั้งนี้จากข้อมูลได้รับการแจ้งเข้ามาปีละไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง แต่ยังไม่มีข้อมูลว่า จำนวนเรือที่เข้ามานั้นมีมากน้อยเพียงใด หรือจะเป็นเรือลำเดิมๆด้าน นาวาเอกพิเชษฐ์ ซองตัน ผู้อำนวยการ กองสารนิเทศฯ โฆษก ศรชล.ภาค 3 กล่าวถึงการดำเนินการหลังจากนี้ว่า จะนำผู้ต้องหาทั้งหมด ส่งให้เจ้าพนักงานตำรวจดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เช่น การส่งฟ้องศาล การฝากขัง ส่วนของกลาง เรือประมงทั้ง 2 ลำ ในขั้นต้นจะเก็บไว้ที่ท่าเรือรัษฎา เพื่อรอคำพิพากษาของศาลว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร โดยในปี 2564 ที่ผ่านมา ศรชล.ภาค 3 ได้มีการจับกุมเรือประมงอินโดนีเซียที่ลักลอบเข้ามาทำการประมงในน่านน้ำไทยได้ 1 ครั้ง ปัจจุบันผู้ต้องหายังถูกจำขังอยู่ในประเทศไทย ส่วนของกลาง(เรือประมงอินโดนีเซีย) ยังคงจอดเก็บไว้ที่ท่าเรือรัษฎา สำหรับครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของปี 2565