ประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาการให้บริการรถยนต์สาธารณะและรถยนต์บริการในจังหวัดภูเก็ต

ที่ ห้องประชุมมุขหลังชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตหลังใหม่ นายอานุภาพ รอดขวัญ ยอดระบำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาการให้บริการรถยนต์สาธารณะและรถยนต์บริการในจังหวัดภูเก็ต โดยมีนายจตุรงค์ แก้วกสิ รักษาการขนส่งจังหวัดภูเก็ต และส่วนราชการ ภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายอานุภาพ กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ต มีคำสั่งที่ 1427/2565 ลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2565 แต่งตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาการให้บริการรถยนต์สาธารณะและรถยนต์บริการในจังหวัดภูเก็ต เพื่อให้การแก้ไขปัญหาการให้บริการรถยนต์สาธารณะและรถยนต์บริการในจังหวัดภูเก็ตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีค่าโดยสารที่มีความเป็นธรรม นักท่องเที่ยวมีทางเลือกในการเดินทางที่เหมาะสมและเพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานการให้บริการให้เป็นที่ยอมรับของสังคมโดยให้คณะทำงานฯ มีหน้าที่ในการศึกษา วิเคราะห์ข้อมูล ปัญหา สาเหตุ การให้บริการรถยนต์สาธารณะและรถยนต์บริการที่ด้อยคุณภาพเพื่อนำมากำหนดแนวทางและวิธีแก้ไขปัญหา รวมถึงศึกษากฏหมายและกฏระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการควบคุม กำกับ ดูแลและบังคับใช้กฏหมายที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์สาธารณะและรถยนต์บริการ ตลอดจนกำหนดแนวทางและวิธีแก้ไขปัญหาการให้บริการรถยนต์สาธารณะและรถยนต์บริการในจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนนำเสนอแผนปฏิบัติการวิธีแก้ไขปัญหาการให้บริการรถยนต์สาธารณะและรถยนต์บริการในจังหวัดภูเก็ตต่อจังหวัดภูเก็ตก่อนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการให้เกิดผลลัพธ์ในทางปฏิบัติต่อไป

นายอานุภาพ กล่าวต่อไปว่า ทางที่ประชุมได้มีการพิจารณาปรับโครงสร้างค่าโดยสารรถแท๊กซี่มิเตอร์จังหวัดภูเก็ต แต่ทางที่ประชุมได้มอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีกรศึกษาข้อมูลให้ละเอียดเพื่อนำเสนอเข้าที่ประชุมอีกครั้ง หลังจากนั้นได้มีการประชุมเรื่องการแก้ไขปัญหาและการบริหารจัดการการเรียกเก็บค่าโดยสารของรถยนต์บริการ (ป้ายเขียว) โดยมีการหารือในเรื่องการนำแอพพลิเคชั่นมาช่วยในการเรียกใช้รถและแจ้งค่าโดยสารที่เป็นธรรมสอดคล้องกับอัตราค่าโดยสารที่จังหวัดประกาศใช้และการจัดพื้นที่จดรถตามแหล่งท่องเที่ยวหรือพื้นที่สำคัญ เพื่อให้รถรับจ้างทุกประเภทสามารถไปจอดรอรับผู้โดยสารได้ (ลดปัญหาการวิ่งรับผู้โดยสารได้เที่ยวเดียว) ตลอดจนถึงการฝึกอบรมผู้ขับขี่ เพื่อสร้างจิตสำนึกการบริการและสร้างการรับรู้ถึงการให้บริการอย่างเป็นระบบตามที่ราชการกำหนด

ทั้งนี้เพื่อให้การแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ ซึ่งจะทำให้มีการแก้ไขปัญหาในเรื่องดังกล่าวเป็นรูปธรรมต่อไป