อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรและท่องเที่ยวเชิงสุขภาพภูเก็ต

ที่ วิสาหกิจชุมชนสมุนไพรและท่องเที่ยวเชิงสุขภาพภูเก็ต ซอยเดชาณรงค์ ต.ตลาดใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ และคณะได้มาเยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรและท่องเที่ยวเชิงสุขภาพภูเก็ต โดยมีนางสาววรรดี เพชรชู ประธานวิสาหกิจชุมชนและสมาชิกร่วมให้การต้อนรับ

นางสาววรรดี กล่าวว่า ทางกลุ่มได้มีโครงการปลูกกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการปลูกกัญชาทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์, เพื่อส่งผลผลิตช่อดอกกัญชาที่มีคุณภาพ ให้กับคลังวัตถุดิบกัญชาของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เพื่อนำไปใช้ในผลิตตำรับยาแผนไทยที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ , เพื่อนำใบ กิ่ง ก้าน ลำต้น และรากในส่วนของกัญชา ที่ได้รับการยกเว้นไม่เป็นยาเสพติดให้โทษใน ประเภท 5 ใช้ประโยชน์ต่อไป และเพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ส่งเสริมสนับสนุนสมาชิก และชุมชน ให้มีความรู้ ความเข้าใจ การปลูกกัญชา และสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในจังหวัดภูเก็ต

ในส่วนของประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับคือได้รูปแบบการปลูกกัญชาทางการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านไทยอย่างมีคุณภาพมาตรฐานรวมถึงได้วัตถุดิบช่อดอกกัญชาที่มีคุณภาพ เพื่อนํามาผลิตตํารับยาแผนไทยที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และได้วัตถุดิบในส่วนของกัญชาที่ได้รับการยกเว้นไม่เป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เช่น ใบ กิ่ง ก้าน ลําต้น และราก เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป

สำหรับแผนการผลิต (ปลูก) ในครั้งแรกจะมีการเพาะปลูกโดยใช้เมล็ด การเพาะปลูกโดยใช้ 1,608 เมล็ด/ปี (804 เมล็ด/รอบ) โดยแหล่งที่มาของเมล็ดพันธุ์ ได้รับจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ชื่อสายพันธุ์ สายพันธุ์หางกระรอก ส่วนแผนการใช้ประโยชน์ จำหน่ายดอกกัญชาแห้งที่ได้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางแพมร์การการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกและส่วนของกัญชาที่ไม่ใช่ยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 วิสาหกิจชุมชน นำไปใช้ประโยชน์เพื่อต่อยอดเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ กัญชาเดิมเป็นสมุนไพรพื้นบ้านใช้ในการประกอบอาหารและเป็นส่วนผสมของตำรับยาไทย ใช้กันอย่างแพร่หลายในไทยมาตั้งแต่โบราณ แต่ต้องหยุดใช้ตามอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาเสพติดให้โทษ ปี ค.ศ.1961ขององค์การสหประชาชาติ ส่งผลให้กัญชาเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศไทย ใครปลูกหรือใช้ย่อมมีความผิดทางอาญา ทำให้คนไทยต้องเลิกปลูก เลิกใช้ องค์ความรู้ในการปลูกและการใช้กัญชาก็พลอยหายไปหมด มีแอบปลูก แอบใช้อยู่ใต้ดินบ้างก็ไม่มาก ไม่ได้พัฒนาความรู้ทางด้านกัญชาอย่างเปิดเผยและเป็นระบบ แต่ในต่างประเทศได้มีการพัฒนาความรู้ทางด้านกัญชากันในหลายประเทศ มีงานวิจัยมากมายที่แสดงว่ากัญชาสามารถนำไปผลิตเป็นยารักษาโรคต่างๆได้เช่น อัลไซเมอร์ โครน พาร์กินสัน ทูเร็ตต์ สะเก็ดเงิน ฯลฯ รวมทั้งโรคมากมายที่ยาแผนปัจจุบันไม่อาจรักษาได้ จึงได้มีการปลูก ทำผลิตภัณฑ์ทั้งอาหาร เครื่องสำอาง และยาออกมาจำหน่ายกันมากมาย กลายเป็นพืชเศรษฐกิจ ทำเงินได้มากมายมหาศาล อีกทั้งสหประชาชาติก็ได้ปรับระดับลดการควบคุม ให้ใช้กัญชาในการแพทย์ได้ รัฐบาลไทยปัจจุบันเล็งเห็นความสำคัญของกัญชาในทางการแพทย์และทางเศรษฐกิจจึงได้ออกกฎหมายให้กัญชาสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ ส่วนราก ใบ ต้นและกิ่งของกัญชา ก็ไม่จัดให้เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท ๕ อีกต่อไป ประชาชนและหน่วยงานต่างๆจึงมีความคิดนำกัญชามาใช้ในกิจการอาหาร เครื่องสำอางและยากันอย่างมากมาย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเองก็จะนำกัญชาผลิตยาตำรับเมตตาโอสถ การุณย์โอสถ แต่เนื่องจากกัญชาที่มีคุณภาพทางการแพทย์ได้นั้นต้องมาจากโรงเรือนที่มีคุณภาพ ทนต่อทุกสภาพอากาศ ป้องกันแมลง ดิน น้ำ ไม่ให้มีโลหะหนักเจือปน เพราะกัญชาจะดูดแร่ธาตุต่างๆสู่ต้นได้รวดเร็วมาก จึงต้องมีการควบคุมคุณภาพอย่างเป็นระบบ การปลูกกัญชาเพื่อหวังผลระยะยาวจึงต้องมีองค์ความรู้และงานวิจัยสนับสนุน ซึ่งต้องใช้บุคลากรที่มีความรู้ด้านเกษตร เงินทุนและเวลา รวมทั้งมีความตั้งใจจริงจึงจะบรรลุเป้าหมายได้