ป.ป.ช.ลงพื้นที่ตรวจสอบการแก้ปัญหาบุกรุกป่าชายเลน 3 จุด ในพื้นที่ภูเก็ต

ป.ป.ช.ลงพื้นที่ตรวจสอบการแก้ปัญหาบุกรุกป่าชายเลน 3 จุด ในพื้นที่ภูเก็ต ภายใต้โครงการต้านและลดทุจริตด้วยกลไกสหยุทธ์ เฉพาะกรณีพื้นที่เสี่ยงต่อการทุจริต หวังป้องปรามการบุกรุกเพิ่มเติม

เจ้าหน้าที่จากสำนักงาน ป.ป.ช. โดยสำนักส่งเสริมและบูรณาการการมีส่วนร่วมต้านทุจริต นำโดยนายประทีป คงสนิท ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 8 พร้อมด้วยนายสุขสันต์ ประสาระเอ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ลงพื้นเก็บข้อมูลเพื่อวิเคราะห์สภาพปัญหาและข้อเท็จจริงตามประเด็นความเสี่ยงการทุจริต ตามโครงการต้านและลดทุจริตด้วยกลไก สหยุทธ์ เฉพาะกรณีพื้นที่เสี่ยงต่อการทุจริต (STRONG : Together against Corruption – TaC) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 กิจกรรมขับเคลื่อนแนวทางต้านและลดทุจริตด้านทรัพยากรธรรมชาติ (การบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน) ในพื้นที่อำเภอเมืองจังหวัดภูเก็ต จำนวน 3 จุด

โดยจุดแรก คือ พื้นที่ที่บุกรุกป่าชายเลน หมู่ที่ 6 ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต กรณีนายกเทศมนตรีตำบลวิชิตถูกฟ้องร้อง เนื่องจากการยึดคืนป่าชายเลน และในปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวยังมีการบุกรุกเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ โดยพื้นที่เข้าเขตป่าชายเลนมีกำแพงที่ประชาชนสร้างไว้ตามแนวถนน เว้นไว้เป็นทางเข้าป่าชายเลน ซึ่งเป็นถนนดินเป็นพื้นที่ที่เคยถูกบุกรุก ปัจจุบันเป็นป่ารกคาดว่า เกิดจากการบุกรุกและปรับพื้นที่ อีกทั้งยังพบกระต๊อบสภาพไม่สมบูรณ์ จำนวน 1 หลัง และมีการนำขยะรวมทั้งสิ่งของไม่ใช้แล้วมาทิ้งจำนวนมาก หลังจากนั้นคณะฯ ได้เดินทางลงพื้นที่จุดที่สอง คือ พื้นที่ป่าชายเลน บริเวณซอยกำไลทอง 1 ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต ซึ่งชมรม STRONG–จิตพอเพียงต้านการทุจริต จังหวัดภูเก็ต ตั้งข้อสงสัยว่า มีการบุกรุกป่าชายเลนในพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากมีสภาพการกันที่ดิน สร้างรั้วลวดหนามรุกล้ำพื้นที่ป่าชายเลน และพื้นที่ดังกล่าว เคยมีการปลูกป่าชายเลน เพื่อฟื้นฟูเต็มพื้นที่แล้วแต่สภาพพื้นที่ยังไม่กลับมาเป็นป่าชายเลน เพราะอาจจะมีปัจจัยอื่นๆ เช่น มีการถอนพืชพรรณที่นำไปปลูกทิ้ง เพื่อต้องการพื้นที่ เป็นต้น โดยมีนายกเทศมนตรีตำบลวิชิต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงรายละเอียด

และจุดสุดท้ายพื้นที่ป่าชายเลน ซอยโหนทรายทอง ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต ซึ่งเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเลนคลองบางชีเหล่า-คลองท่าจีน เป็นระบบนิเวศที่สำคัญ ที่เห็นได้ชัดเจน คือ ที่อยู่ตามธรรมชาติของลิงแสม สภาพปัญหา คือ มีการบุกรุกเพื่อสร้างที่อยู่อาศัย เนื่องจากแนวเขตป่าชายเลนไม่ชัดเจน ทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถขยายเขตของตัวเองออกไปเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามได้มีการปิดประกาศปากทางเข้าชุมชน ระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้อนุญาตให้จัดที่อยู่อาศัยให้ราษฎรในพื้นที่โหนทรายทอง ตามนโยบายรัฐบาล และพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในชุมชน เนื้อที่ 64 ไร่เศษ ตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม2564 – จนถึงวันที่ 12 มกราคม 2595 โดยผู้ได้รับอนุญาตจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ และตามเงื่อนไขที่กำหนด และจากการสังเกตพบว่า แนวเขตป่าชายเลนจะอยู่ชิดกับแนวเขตชุมชน มีเพียงเสาปักหลักแนวเขตเท่านั้น นอกจากนี้แต่ละบ้านจะติดป้ายหน้าบ้านระบุว่า โฉนดชุมชนตามด้วยเลขที่ของแต่ละบ้าน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บภาพถ่ายและเก็บข้อมูลไปดำเนินการหาแนวทางในป้องกันมิให้มีการบุกรุกเพิ่มเติมต่อไป

นายสุขสันต์ ประสาระเอ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ด้วยคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีนโยบายจัดทำโครงการต้านและลดทุจริตด้วยกลไกสหยุทธ์ เฉพาะกรณีพื้นที่เสี่ยงต่อการทุจริต ใน 27 จังหวัด ในพื้นที่ 9 ภาค ภาคละ 3 จังหวัด ซึ่งภูเก็ต เป็น 1 ใน 3 จังหวัดของภาคใต้ เนื่องจากปัจจุบันพบว่าในหลายจังหวัด มีแนวโน้มการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติมากขึ้น และในส่วนของภูเก็ต เลือกดำเนินการเรื่องการบุกรุกป่าชายเลน เพื่อปลุกกระแสร่วมกันหวงแหนทรัพยากรไม่ให้มีการบุกรุกพื้นป่าเพิ่มเติม แต่หากตรวจพบว่า มีการบุกรุกเกินขอบเขตที่กำหนด จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจและหน้าที่ต่อไป จากการลงพื้นที่ใน 3 จุด พบว่าส่วนใหญ่ยังอยู่ในกรอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้ ซึ่งจะได้มีการสรุปข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้งว่า มีพื้นที่ใดบ้างที่มีการรุกล้ำเพิ่มเติม เพราะบางส่วนจะมีชาวบ้านอยู่อาศัยมาก่อนการประกาศเป็นเขตป่า ซึ่งจะมีกฎหมายดูแลแตกต่างกันไป และการลงพื้นที่ในครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการป้องปรามไม่ให้มีการบุกรุกเพิ่มเติม รวมทั้งกระตุ้นเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่รับผิดชอบได้เข้าดำเนินการตรวจสอบต่อไป