ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดภูเก็ตเผยผู้สูงอายุที่ติดโควิดอาการไม่รุนแรง

ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดภูเก็ตเผยผู้สูงอายุที่ติดโควิดอาการไม่รุนแรงเพราะได้รับการฉีดวัคซีนจำนวน 3 เข็มและไม่มีผู้เสียชีวิตมีการแยกผู้ป่วยและดูแลอย่างใกล้ชิด

กรณีที่มีการเผยแพร่ตามสื่อต่างในเรื่องของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19ภายในศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุภูเก็ตว่ามีผู้สูงอายุติดโควิดจำนวนหลายรายนั้นทางศูนย์พบว่าน่าจะติดมาจากภายนอกซึ่งขณะนี้ได้มีการแยกผู้ติดเชื้อมาทำการดูแลรักษาซึ่งมีอาการไม่รุนแรงเนื่องจากได้รับการฉีดวัคซีนแล้วจำนวน 3 เข็ม

นางสาวผึ้งพันธ์ เผ่าจินดา ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดภูเก็ตเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดภูเก็ตเป็นหน่วยงานในสังกัดกรมกิจการผู้สูงอายุเนื่องจากเป็นกรมที่ดูแลผู้สูงอายุมีกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่ม608ของจังหวัดภูเก็ตมาตราการในการดูแลได้ยึดมาตราการของทางกระทรวงสาธารณสุขและมาตราการของกรมกิจการผู้สูงอายุซึ่งทางผู้บริหารมีนโยบานในเรื่องที่ห้ามไม่ให้บุคลภายนอกเข้าไปยังภายในของสถานที่แม้กระทั่งตัวของญาติของผู้สูงอายุเองก็ไม่สามารถเข้าไปด้านในด้านเนื่องจากว่าต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของการติดเชื้อโควิด สำหรับในตัวของผู้สูงอายุในปัจจุบันมีอยู่จำนวนกว่า70คนซึงผู้สูงอายุแต่ละรายมักจะมีโรคประจำตัว ซึ่งต้องมีการดูแลโดยการส่งไปรักษาในสถานพยาบาลต่างๆเพื่อรักษาตามอาการของผู้สูงอายุนี่คือเป็นส่วนหนึ่งที่ผู้สูงอายุจะออกไปภายนอก สำหรับมาตราการฝนการดูแลความปลอดภัยของโรคโควิดเลนตอนนี้สำหรับตัวของเจ้าหน้าที่เองคือทุกคนต้องมีการตรวจคัดกรองโควิดทุกครั้งที่เป็นวันหยุดในช่วงที่มีวันหยุดยาวอันที่สองนี้จะมีทีมเจ้าหน้าที่ที่แบ่งเป็นสองส่วนคือเจ้าหน้าที่สำนักงานซึ่งต้องทำงานภายนอกหรือต้องลงพื้นที่ชุมชนซึ่งจะไม่ให้มีการพบปะกับผู้สูงอายุ ส่วนเจ้าหน้าที่ภายในที่เป็นแม่ครัว พนักงานขับรถและพี่เลี้ยงต้องมีการตรวจโควิดทุกๆสัปดาห์ก่อนเข้าปฏิบัติงานในแต่ละรอบ ซึ่งในเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ได้มีการระวังเป็นอย่างมากในการที่จะดูแลผู้สูงอายุ สำหรับผู้สูงอายุที่ไปโรงพยาบาลในแต่ละรอบก็จะมีการสุ่มตรวจคนที่ไปโรงพยาบาลบ่อยๆประมาณสองอาทิตย์ครั้งหรือเดือนละครั้งเพื่อสุมตรวจ ส่วนผู้สูงอายุที่เป็นโรคไตที่ต้องไปรักษาประจำก็จะมีการแยกผู้ป่วยกลุ่มนี้ให้อยู่ต่างหากไม่ให้มาปะปนกันกับผู้สูงอายุท่านอื่นๆเพราะว่ากลุ่มนี้จะเข้าโรงพยาบาลวันเว้นวันสำหรับมาตราการในเรื่องของจุดรับบริจาคหรือจุดที่บุคคลภายนอกไม่สามารถเข้าไปข้างในได้เลยหน่วยงานต่างๆไม่สามารถเข้าไปข้างในได้ตอนนี้มีการจำกัดพื้นที่ของผู้สูงอายุที่อยู่ภายในยกเวนกรณีที่ไปโรงพยาบาลเท่านั้นที่จะได้ไปข้างนอกกรณีอื่นไม่สามารถออกได้เลยเพราะว่ามีการเข้มงวดในเรื่องการป้องกันโรค

นางสาวผึ้งพันธ์ กล่าวต่อไปว่า ในกรณีที่มีการติดเชื้อของผู้ป่วยโควิดนั้นผู้สูงอายุที่เป็นโควิดได้มีการประสานงานขั้นแรกคือจะมีการแยกผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิดออกมาและจะมีการตรวจทั้งหมดตรวจร่วมกับทางรพ.สต.โรงพยาบาลถลสงซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีพอพบผู้ติดเชื้อก็จะมีการแยกอาคารเพื่อกักบริเวณและกั้นเชือกที่เป็นสีแดงไว้ ในส่วนของผู้ป่วยที่ไม่ติดเชื้อก็มีการกั้นบริเวณไม่ให้มีการมาปะปนกันแล้วก็หยุดทานอาหารร่วมกันมีการแยกกันกินกันอยู่อย่างเป็นสัดส่วนรวมทั้งมีการติดตามตรวจสอบอาการของคนที่ติดเชื้ออยู่ตลอดเวลาและทุกรายที่พบการติดเชื้อจะมีการเอ็กซ์เรย์ปอดเพื่อดูว่าภาวะนี้มันจะทำความรุนแรงแก่ผู้สูงอายุหรือไม่ สำหรับในส่วนผู้ดูแลก็จะมีคนดูแลอยู่ตลอดเวลาและขอยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีผู้สูงอายุเสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิดแต่อย่างใด

ทั้งนี้สำหรับผู้สูงอายุทั้งหมดนั้นได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดครบทุกคนจำนวน3เข็มซึ่งก็จะทำให้ลดความรุนแรงของโรคโดยอาการของผู้ที่ติดเชื้อพบว่ามีอาการไม่รุนแรงมีอาการเหมือนเป็นไข้หวัดมีน้ำมูกซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการดูแลอย่างใกล้ชิดซึ่งหลังพบว่ามีการติดเชื้อของผู้สูงอายุในศูนย์ฯ ทางศูนย์ก็ได้มีการเพิ่มมาตรการในการดูแลป้องกันอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้นและได้ดำเนินการรักษาตามที่ทางแพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด