ติวเข้มก่อนลงพื้นที่ตรวจสถานบริการ และสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ

อำเภอเมืองภูเก็ต ติวเข้มกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมดในพื้นที่อำเภอเมือง ก่อนการลงพื้นที่ตรวจสถานบริการ และสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ

ที่ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองภูเก็ต นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้บรรยายให้ความรู้ความเข้าใจแก่คณะทำงานบูรณาการตรวจสอบความปลอดภัยของสถานบริการและสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะดำเนินการตรวจความปลอดภัยของสถานบริการในพื้นที่รับผิดชอบโดยมี นายสุวิทย์ สุริยวงศ์ นายอำเภอเมือง ปลัดอำเภอ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอเมืองภูเก็ต เพื่อซักซ้อมและทำความเข้าใจถึงแนวทางการดูแลการบริการของสถานประกอบการเหล่านั้นให้เกิดความปลอดภัย เป็นการบูรณาการการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ กวดขันให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมาย และเป็นการป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้นซึ่งอาจสร้างความเสียหายให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดภูเก็ต สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวและประชาชน

นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตกล่าวต่อไปว่า เจ้าหน้าที่ผู้ที่จะทำการที่ลงพื้นที่จะต้องตรวจสอบว่าอาคารเหล่านั้นมีความปลอดภัยจริงหรือไม่ โดยต้องตรวจสอบระบบป้องกันอัคคีภัย รวมถึงต้องจัดให้มีทางออกหนีไฟที่มีป้ายระบุที่ชัดเจน โดยมีไฟส่องสว่างและอุปกรณ์ที่ช่วยแก้ไขปัญหาในเบื้องต้น เช่นถังดับเพลิงมือถือจะต้องใช้งานได้ทันที สามารถใช้การได้ทันทีซึ่งจากสถิติที่ผ่านมาพบว่า ผู้คนมักจะล้มในที่เกิดเหตุและสำลักควันที่บริเวณประตูทางออก

ทั้งนี้ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต มีสถานบริการใน 4 บริเวณรวมจำนวน 18 แห่ง และยังมีสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการทั้งหมด 278 แห่งซึ่งทาง อำเภอเมืองภูเก็ตได้ตั้งคณะกรรมการในแต่ละตำบล ประกอบด้วยปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง เพื่อลงพื้นที่ตรวจสถานประกอบการ โดยจะเริ่มในภายในสัปดาห์นี้และดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อให้สถานบริการและสถานประกอบการดังกล่าวดำเนินธุรกิจให้เป็นไปตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม หากตรวจพบสิ่งที่ไม่เป็นไปตามระเบียบ จะแนะนำตักเตือนให้แก้ไขภายใน 30 วัน หลังจากนั้นก็จะมีการบังคับใช้กฏหมายอย่างเข้มงวดต่อไป