ดร.นาที รัชกิจประการ “ภูมิใจไทย” ปูพรมภูเก็ต มั่นใจ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.

แม่ทัพแดนใต้ ดร.นาที รัชกิจประการ “ภูมิใจไทย” ปูพรมภูเก็ต มั่นใจ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 3 พร้อมนำเรื่องชาวภูเก็ตเข้าสภาฯ ขอโอกาสในพรรคฯ พูดแล้วทำ ผลงานประจักษ์เด่นในพื้นที่

ณ มูลนิธิเทพราศรี ศาลเจ้าบางเหนียว ในโอกาสเริ่มต้นประเพณีถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็ตในวันแรก ดร.นาที รัชกิจประการ ประธานคณะที่ปรึกษา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ,นายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย ว่าที่ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย ภูเก็ต ทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง พร้อมคณะฯ เข้าร่วมรับประทานอาหารเจ ไหว้พระขอพรองค์พระ ทั้งที่ศาลเจ้าบางเหนียว ศาลเจ้ากวนอูบ้านนาบอน และศาลเจ้าบ้านเคียน เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต

ดร.นาที รัชกิจประการ เปิดเผยว่า ในช่วงที่จังหวัดภูเก็ตได้มีการเปิดการท่องเที่ยวและสถานการณ์เริ่มดีขึ้นในช่วงเวลานี้จึงเป็นโอกาสดีที่จะมีการเริ่มจัดกิจกรรมและงานต่างๆยังประเพณีถือศีลกินผักของจังหวัดภูเก็ตในปีนี้ก็จัดอย่างยิ่งใหญ่ต่างจากเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ที่ติดขัดในเรื่องของสถานการณ์ โควิด-19 จากข้อมูลตั้งแต่มีการเปิดประเทศมา ในภูเก็ตนั้น มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา ระหว่าง 1 ก.ค.64-22 ก.ย.65 จำนวน 1,025,162 คน เศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวฟื้นตัว จากนโยบายที่ต้องเร่งส่งเสริมการท่องเที่ยวจากต่างประเทศมากขึ้น ส่งผลให้อัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวจากอินเดีย กลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง มีแนวโน้มดีขึ้นในช่วงนี้ โดยการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวภูเก็ตเริ่มฟื้นตัวอย่างช้าๆ พิจารณาได้จากตัวเลขนักท่องเที่ยวที่มีการเดินทางมาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น อย่างสม่ำเสมอ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการผ่อนคลายนโยบายการเข้าประเทศ

ขณะเดียวกัน จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวมีผลทำให้ความต้องการแรงงานด้านการท่องเที่ยวสูงขึ้น ปัจจุบันเริ่มมีปัญหาการขาดแคลนแรงงานในหลายตำแหน่งงาน และคาดว่าปัญหานี้จะยิ่งรุนแรงมากขึ้นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปีนี้ อย่างไรก็ตาม ส่วนสถานการณ์โควิด-19 ที่ลากยาวมากว่า 2 ปี ทำให้ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวต้องปรับตัวมากยิ่งขึ้นให้สอดรับกับนักท่องเที่ยวและสถานการณ์การท่องเที่ยว ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน (ข้อมูลจาก ททท.)

นายนิพนธ์ เอกวานิช (โก้จ๋าย) ว่าที่ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย ภูเก็ต เขต 1 กล่าวว่า ผมมีความมั่นใจในพรรคภูมิใจไทย ซึ่งจากผลงานของพรรคที่ผ่านมาในพื้นที่ภูเก็ตมีความเด่นชัดทั้งในเรื่องของมาตรการการป้องกัน โควิด-19 ควบคู่กับการท่องเที่ยว ซึ่งในช่วงที่ภูเก็ตเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ส่วนตัวก็เคยทำงานและเป็นผู้อยู่เบื้องหลังของคณะทำงาน Phuket sandbox ในพื้นที่ ของจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับสมาคม,องค์กร,หน่วยงานต่างๆของภาครัฐ

นอกจากนี้ เรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การพัฒนาถนนหนทาง โครงการรถไฟฟ้ารางเบา ที่จะมารองรับเมืองท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตที่กำลังจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงยังได้มองเห็นโอกาสที่จังหวัดภูเก็ตนั้นจะสามารถเป็นจังหวัดที่เป็นหัวเรือนำร่อง Hub ของการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดอันดามันได้ ทั้งภูเก็ต พังงา ,กระบี่ และระนอง โดยสามารถบูรณาการ และต่อยอดในเรื่องของการท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพ และส่งเสริมเศรษฐกิจเพิ่มเม็ดเงินในพื้นที่ให้กับชาวบ้านได้มากยิ่งขึ้น

ด้านนายวิวัฒน์ จินดาพล ว่าที่ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย ภูเก็ต เขต 2 (สจ.ต้อม) เปิดเผยว่า จากการปฎิบัติหน้าที่ในพื้นที่ในฐานะสจ.ที่ผ่านมาทำให้ได้เห็นถึงปัญหาที่แท้จริงของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอถลางซึ่งส่วนตัวเองก็ได้เข้าไปคลุกคลีอยู่กับชาวบ้าน และทราบว่าชาวบ้านในพื้นที่ต้องการอะไร โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์ที่จังหวัดภูเก็ตนั้นต้องเผชิญกับโรคระบาดและยังมีประชาชนผู้ประกอบการอีกหลากหลายสาขา อาชีพที่ยังได้รับผลกระทบมาจนถึงปัจจุบัน ฉะนั้นเรื่องของปากท้องชาวบ้านและการช่วยเหลือทางด้านอาชีพให้สามารถที่จะลุกขึ้นมาและยืนอยู่ได้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ โดยจากการได้ศึกษานโยบายของพรรคฯ อาทิ กองทุนกยศ. , ฟอกไตฟรี , 30 บาทรักษาทุกที่ ก็ถือว่าจะตอบโจทย์ประชาชนคนรากหญ้าได้อย่างชัดเจน

ส่วนตัวเองมีความเชื่อมั่นว่าพรรคภูมิใจไทยนั้นในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งที่ผ่านมาก็มีผลงานที่โดดเด่นและชัดเจนมากๆในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตทั้งในเรื่องของการผลักดันส่งเสริมการท่องเที่ยว ทำให้ภูเก็ต เป็นจังหวัดนำร่องเปิดการท่องเที่ยวในโครงการ Phuket Sandbox

และในฐานะที่ตนอยู่ในพื้นที่อำเภอถลางซึ่งทางนโยบายของพรรคฯ โดยกระทรวงคมนาคมเองนั้นก็ได้มีการริเริ่มโครงการรถไฟฟ้ารางเบาขึ้นซึ่งก็ถือว่าน่าจะเป็นประโยชน์ และตอบโจทย์ในเรื่องของเมืองท่องเที่ยวที่จะพัฒนาในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานต่างๆให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เมืองท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตต่อไป

ส่วนด้านนายวงศกร ชนะกิจ (แบงค์) ว่าที่ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย ภูเก็ต เขต 3 กล่าวว่า จากการที่ได้มีการขับเคลื่อนผ่านทาง “กลุ่มขับเคลื่อนภูเก็ต” ในช่วงที่เกาะภูเก็ตเองเจอกับพิษเศรษฐกิจการระบาดของโควิด-19 ทำให้การท่องเที่ยวหยุดชะงักไปโดยปริยาย ซึ่งที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่ไปพบกับกลุ่มผู้ที่เดือดร้อนจำนวนมาก อาทิ กลุ่มผู้ประกอบการ SME โรงแรมขนาดเล็ก กลุ่มผู้ค้ารายย่อย กลุ่มอาชีพท่องเที่ยว และรวมไปถึงผู้ประกอบการสถานบันเทิง ในพื้นที่โดยเฉพาะในตำบลป่าตอง , กะตะกะรน ซึ่งกลุ่มเหล่านี้ยังได้รับผลกระทบต่อเนื่องยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน โดยจากการที่ได้มีการประสานไปยังคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติเพื่อขอความช่วยเหลือ ทั้งในเรื่องของการเสนอให้สถาบันทางการเงินเข้ามาช่วยเหลือเรื่องของเงินทุนและพักชำระหนี้ต่างๆ รวมไปถึงการประสานในเรื่องของการแก้ไขข้อกฎหมายของโรงแรมขนาดเล็ก ซึ่งขณะนี้ก็ยังมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องล่าสุดได้มีร่างการแก้ไขกฎกระทรวงเพื่อผลักดันให้มีกฎหมายที่พักขนาดเล็กต่างๆ รวมไปถึงการผลักดันการเปิด-ปิดสถานบันเทิงถึงตี 4 ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่จะมีการผลักดัน และก่อนนี้ได้เดินทางลงมาในพื้นที่ป่าตองเพื่อสำรวจความคิดเห็นของพี่น้องผู้ประกอบการสถานบันเทิงในเรื่องดังกล่าว เป็นต้น

โดยส่วนตัวเองก็มีความตั้งใจและอยากจะเห็นการท่องเที่ยวของภูเก็ตกลับมาอย่างยั่งยืน รายได้ของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว พลิกฟื้นกลับดีเฉกเช่นเดิม ซึ่งมองว่า สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยได้ให้ความสำคัญกับจังหวัดภูเก็ตมากๆ ทั้งโครงการ Phuket Sandbox หรือ การพยายามเป็นเจ้าภาพ Specialised Expo 2028 ก็ดี เป็นสิ่งที่คนภูเก็ตได้ประโยชน์

ฉะนั้น ผู้ประกอบการในพื้นที่ก็ต้องเป็นกลุ่มที่จะสามารถลุกขึ้นยืนได้ และได้ใช้ทรัพยากรในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด เพื่อที่จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว การท่องเที่ยว และทำให้เศรษฐกิจการค้าในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตดีขึ้น

ดร.นาที รัชกิจประการ ประธานคณะที่ปรึกษา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวทิ้งท้ายว่า หากจะกล่าวถึงความพร้อมของพรรคภูมิใจไทย ในจังหวัดภูเก็ต ตนคิดว่ามีความพร้อมลงตัวแล้ว โดยเฉพาะในส่วนของผู้สมัครทั้ง 3 เขต พร้อมที่จะปักธงได้ในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งผู้สมัครแต่ละท่านมีผลงานในพื้นที่มาโดยตลอด เฉกเช่นเดียวกับพรรคภูมิใจไทย ที่พรรคให้ความสำคัญกับจังหวัดภูเก็ต และกลุ่มจังหวัดอันดามันเป็นอย่างมาก เพราะประเทศไทยมีความจำเป็นต้องฟื้นประเทศด้วยการท่องเที่ยว หลังจากสถานการณ์โควิด-19 เริ่มดีขึ้น