แม่เต่าตนุขึ้นวางไข่หาดอ่าวเสนประมาณ 100 ฟอง รังแรก ปี 65 ของภูเก็ต

เมื่อช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 21 มกราคม 2565 แม่เต่าตะนุ ขึ้นวางไข่บริเวณชายหาดอ่าวเสน ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ได้สำเร็จ หลังจากเมื่อคืนก่อนหน้านี้ (20 ม.ค.65) ได้ขึ้นมาขุดหลุมเพื่อจะวางไข่แต่ไม่สำเร็จ ซึ่งมีการสันนิษฐานว่า อาจจะถูกรบกวนจากเสียงเห่าของสุนัขจนทำให้ต้องกลับลงไปในทะเล ก่อนจะกลับขึ้นมาใหม่ในคืนนี้และสามารถไข่จนสำเร็จ ก่อนจะกลับลงทะเลไปในเวลาประมาณ 00.28 น. ของวันที่ 22 ม.ค.65 โดยมี นายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลราไวย์ และเจ้าหน้าที่จากทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ประจำจังหวัดภูเก็ต ร่วมสังเกตการณ์ ตลอดจนดูแลความปลอดภัยให้กับแม่เต่าจนปฏิบัติภารกิจสำเร็จ และคลานกลับลงทะเลด้วยความปลอดภัยนายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลราไวย์ เปิดเผยว่า กลังจากได้รับแจ้งจากนายวิชัย พลรบ ว่า เมื่อคืนวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา พบเต่าทะเลคลานขึ้นมาบริเวณชายหาดอ่าวเสน ลักษณะเหมือนจะขึ้นมาเพื่อวางไข่ จากนั้นได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและชายฝั่งประจำจังหวัดภูเก็ตไปตรวจสอบ พบร่องรอยการขุดหลุมและฝังกลบ จำนวน 2 จุด คาดว่าแม่เต่าน่าจะวางไข่ไว้ แต่เมื่อลองขุดดูไม่พบไข่เต่าแต่อย่างใด สันนิษฐานว่าในระหว่างที่กำลังขุดหลุมเพื่อวางไข่อาจจะมีสิ่งรบกวน จึงคลานกลับลงทะเลหายไป ดังนั้นจึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่มาคอยติดตามและตรวจสอบตามชายหาดต่างๆ รวมทั้งอ่าวเสนด้วย เพราะคาดว่า แม่เต่าตัวดังกล่าวน่าจะกลับขึ้นมาวางไข่อีกครั้งกระทั่งเมื่อช่วงดึกของวันที่ 21 มกราคม 2565 ก็ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่า มีเต่าคลานขึ้นมาบริเวณอ่าวเสนอีกครั้ง จึงให้คอยเฝ้าระวังและห้ามรบกวน เมื่อแม่เต่าตัวดังกล่าวคลานมาจนถึงชายหาดและคิดว่าปลอดภัยก็ได้ทำการขุดหลุมและไข่จนสำเร็จ จากการประเมินเบื้องต้นคาดว่า จะมีไข่ประมาณ 100-120 ฟอง และจากการวัด  ลำตัวพบว่ามีความยาวประมาณ 1.20 เมตร และมีความกว้างประมาณ 75 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 100 กิโลกรัมเศษ นับเป็นไข่เต่ารังแรกในปี 2565 ของราไวย์ และจังหวัดภูเก็ตนายอรุณ กล่าวด้วยว่า เนื่องจากบริเวณจุดวางไข่มีโอกาสที่น้ำทะเลท่วมถึง และจะส่งผลกระทบกับไข่ที่อยู่ในหลุมได้ ซึ่งจะได้ประสานเจ้าหน้าที่กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน เพื่อมาดำเนินการย้ายไข่เต่าทั้งหมดไปทำการเพาะฟักที่ศูนย์วิจัยฯ ต่อไป