ตำรวจท้ายเหมืองชี้แจงไม่ตรวจแอลกอฮอล์ “ไฮโซปลาวาฬ”

ตำรวจท้ายเหมืองชี้แจงไม่ตรวจแอลกอฮอล์ “ไฮโซปลาวาฬ” อ้างส่งเครื่องวัดแอลกอฮอล์ไปตรวจคุณภาพและไม่มีข้อสงสัยว่าเมา โดยแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับความเสียหาย และเปรียบเทียบปรับ 1,000 บาท

จากกรณี นายวรสิทธิ อิสสระ หรือไฮโซปลาวาฬ เจ้าของโรงแรมศรีพันวาภูเก็ต ขับรถยนต์หรูชนราวเหล็กริมทาง บนถนนเพชรเกษม บริเวณโค้งบ้านขนิม อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา จนเกิดไฟลุกไหม้ทั้งคัน ขณะที่ราวกั้นทางโค้งได้รับความเสียหายยาวประมาณ 30 เมตร เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย แต่ยืนยันว่าไม่ต้องตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ เนื่องจากไม่มีคู่กรณีหรือผู้ได้รับบาดเจ็บ

นักกฎหมายออกมาแสดงความเห็นว่าการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สั่งให้ผู้ขับขี่ไปตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด อาจเข้าข่ายจงใจช่วยเหลือผู้กระทำผิดให้ไม่ต้องรับโทษ เป็นการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และในกรณีที่เจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานสอบสวนเห็นว่าผู้ขับขี่ฝ่าฝืนมาตรา 43 (2) ให้พนักงานสอบสวนสั่งให้มีการทดสอบว่าผู้ขับขี่เมาสุราขณะขับขี่หรือไม่ ถ้าผู้ขับขี่ขัดขืนมีโทษปรับครั้งละ 1,000 บาท และให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นขับขี่รถขณะเมาสุราแม้ไม่ยอมทดสอบ

พ.ต.อ.บริบูรณ์ อยู่สุขสมบูรณ์ ผกก.สภ.ท้ายเหมือง ได้ส่งหนังสือชี้แจงไปยังผู้สื่อข่าวว่า หลังจากพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งว่ามีรถประสบอุบัติเหตุและเพลิงไหม้รถ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบไฮโซปลาวาฬ ผู้ขับขี่ และพบนายธนันชัย ผู้โดยสาร ทางพนักงานสอบสวนและสายตรวจได้สอบถามพูดคุยอยู่ประมาณ 10 นาที ไม่ได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากบุคคลทั้งสอง จึงไม่ได้สงสัยว่าผู้ขับขี่เมาสุราใขณะขับรถ

ส่วนเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ของ สภ.ท้ายเหมือง มีอยู่จำนวน 4 เครื่อง ซึ่งได้ส่งคืน ภ.จว.พังงา เพื่อตรวจมาตรฐานการวัดค่าไปยังบริษัท ช.แอดวานซ์ อินเตอร์เทรด จำกัด เมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา ล่าสุดได้รับแจ้งว่าบริษัทยังไม่ได้ส่งเครื่องตรวจแอลกอฮอล์กลับมาที่ ภ.จว.พังงา ระหว่างนี้หากตรวจพบว่าผู้ขับขี่มีอาการเมาสุรา เจ้าหน้าที่จะทำการส่งตัวไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาลท้ายเหมือง ส่วนคดีทางพนักสอบสวน สภ.ท้ายเหมือง ได้แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับความเสียหาย และเปรียบเทียบปรับไฮโซปลาวาฬ 1,000 บาท (อัตราสูงสุดแล้ว)

ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังนายอัษฎายุทธ สร้อยทอง อดีต สจ.เขต อ.ท้ายเหมือง เล่าว่า อยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่ตอนที่ไฟยังไม่ไหม้รถ และจอดรถลงไปสอบถาม พร้อมให้ความช่วยเหลือ โดยที่ไม่เคยรู้จักไฮโซปลาวาฬมาก่อนแต่อย่างใด ยืนยันว่าจากการเข้าไปพูดคุยกับคนขับและเพื่อน ไม่มีกลิ่นแอลกอฮอล์หรือมีอาหารของคนเมาแต่อย่างใด